Page 300 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 300
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวสังข์หยดและข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ในกลุ่มชุดดินที่ 6
Soil Management for Sang Yod Rice and Organic Sang Yod Rice in Soil Group No. 6
1
1
2
1
นิภาพร ชูกิจ ชวพล อ่อนเรือง กมล อินกันฑ์ และ วิโรจน์ ปิ่นพรม
1 สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
2
กรมพัฒนาที่ดิน
บทคัดย่อ
การทดลองเรื่อง การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวสังข์หยดและข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ในกลุ่มชุดดินที่ 6
ดําเนินงาน ณ หมู่ที่ 6 บ้านหน้าควน ตําบลตะแพน อําเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557
ถึงเดือนมีนาคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดิน ศึกษาการจัดการดิน
เพื่อปลูกข้าวสังข์หยดและข้าวสังข์หยดอินทรีย์ และศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ โดยวางแผนการทดลอง
แบบ RCBD จํานวน 4 ตํารับ 5 ซ้ํา ประกอบด้วย ตํารับที่ 1 วิธีเกษตรกร (ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 อัตรา 20
กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับ ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่) ตํารับที่ 2 ปุ๋ยเคมีอัตราตามค่าวิเคราะห์ดิน
จากโปรแกรมปุ๋ยรายแปลงของกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับพืชปุ๋ยสด และน้ําหมักชีวภาพ ซุปเปอร์ พด.2 (ปุ๋ยเคมี
สูตร 16-20-0 อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับ ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร
0-0-60 อัตรา 7 กิโลกรัมต่อไร่) ตํารับที่ 3 ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงอัตราตามคําแนะนํา (คํานวณปริมาณธาตุ
อาหารให้เทียบเท่าอัตราปุ๋ยเคมีที่แนะนํา โดยใช้ไนโตรเจนเป็นหลัก) ร่วมกับพืชปุ๋ยสดและน้ําหมักชีวภาพ
ซุปเปอร์ พด.2 ตํารับที่ 4 ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตรา ½ คําแนะนําตาม
ค่าวิเคราะห์ดินจากโปรแกรมปุ๋ยรายแปลงของกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับพืชปุ๋ยสดและน้ําหมักชีวภาพ ซุปเปอร์
พด.2
จากการทดลอง การเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดินทั้ง 3 ปี พบว่า ความเป็นกรดของดิน ในตํารับ
ที่ 1 สูงกว่าตํารับอื่นๆ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ปริมาณอินทรียวัตถุเปลี่ยนแปลงจากระดับค่อนข้างต่ํามาอยู่ใน
ระดับปานกลาง ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดไม่มีการเปลี่ยนแปลงและอยู่ในระดับต่ํามาก ฟอสฟอรัสที่เป็น
ประโยชน์ อยู่ในระดับสูงและสูงมาก โดยตํารับที่ 3 และ 4 แตกต่างทางสถิติกับตํารับที่ 1 และ 2 ส่วนปริมาณ
โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ มีแนวโน้มลดลงแต่ไม่แตกต่างจากก่อนการทดลองซึ่งมีค่าอยู่ในระดับต่ํา ตํารับที่ให้
ผลผลิตข้าวเฉลี่ยสูงสุดคือ ตํารับที่ 3 เท่ากับ 529.33 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาคือ ตํารับที่ 2 เท่ากับ 516.08
กิโลกรัมต่อไร่ โดยมีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.29 และ 28.00 ตามลําดับ เมื่อเทียบกับตํารับที่ 1 ซึ่งให้ผลผลิต
ข้าวเฉลี่ยต่ําสุดเท่ากับ 403.17 กิโลกรัมต่อไร่ ด้านการเจริญเติบโตพบว่า ตํารับที่ 2 มีความสูงของข้าว จํานวน
ต้นต่อกอ จํานวนรวงต่อกอ และเปอร์เซ็นต์เมล็ดดีเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 164.37 เซนติเมตร 10.07 ต้อต่อกอ
9.06 รวงต่อกอ และ 85.58 เปอร์เซ็นต์ ตามลําดับ สําหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงสุด 3 ปี ได้แก่
ตํารับที่ 2 เท่ากับ 3,789.01 บาทต่อไร่ รองลงมาคือตํารับที่ 3 เท่ากับ 3,730.02 บาทต่อไร่ ส่วนตํารับที่ 4 ให้
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ําสุดเท่ากับ 2,146.95 บาทต่อไร่
269

