Page 24 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 24
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
crop (Tha Li soil series:TI) and the other represented para rubber plot (Wang Saphung soil
series:WS). In the second phase, only Tha Li soil was used to model the surface. In this phase
corn and upland rice were added to the surface to simulate influence of actual land use. Flow
rate on each surface and each slope was mathematically processed to find corresponding n.
It was founded that Manning’s Roughness Coefficient varied from one slope to
another. Flow rate decreased when slope increased owing to increasing friction force. The
value of average Manning’ Roughness Coefficient on bare Tha Li surface was 0.030, on bare
Wang Saphung surface was 0.030, on Tha li with corn was 0.067 and on Tha li with upland
rice was 0.052
ค้าน้า
จากการที่กรมพัฒนาที่ดินและ IRD ได้มีข้อตกลงร่วมกันในการศึกษาและพัฒนาแบบจ าลองทาง
คณิตศาสตร์ Predict and Localize Erosion and Runoff (PLER Model) เพื่อประเมินผลกระทบของการ
ใช้ประโยชน์ที่ดินและพลวัตรของการใช้ที่ดินที่มีต่อสภาพอ านวยน้ าของลุ่มน้ า การสูญเสียดิน การพัดพาตะกอน
และการทับถมของตะกอนดินในพื้นที่ลุ่มน้ าขนาดเล็ก ซึ่งจะสามารถน าผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจ าลองดังกล่าว
ไปใช้ประกอบการจัดท าแผนการพัฒนาเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ าได้ เนื่องจากแบบจ าลอง PLER นี้มีความต้องการ
ข้อมูลน าเข้า (Input Data) ที่ไม่ซับซ้อนและง่ายต่อการใช้งาน
อย่างไรก็ตามแบบจ าลอง PLER นี้ยังเป็นแบบจ าลองต้นแบบ (Prototype Model) จึงจ าเป็นต้องมีการ
ศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับข้อมูลน าเข้าส าหรับแบบจ าลอง PLER ให้สอดคล้องกับการใช้งานในสภาพพื้นที่
ต่างๆของประเทศไทย ดังนั้นการทดสอบในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์ความขรุขระแมนนิ่ง
(Manning’s Roughness Coefficient) หรือค่า n ในสภาพพื้นผิวจ าลองส าหรับน าไปใช้กับแบบจ าลอง PLER
โดยอาศัยหลักการค านวนหาค่าความเร็วของน้ าจากการไหลในทางน้ าเปิดมาประยุกต์กับการไหลของน้ าไหล
ผิวหน้าดิน (Surface flow)
น้ าไหลผิวหน้าดิน (Surface flow) ประกอบด้วย น้ าฝน รวมทั้งน้ าพืชยึด น้ าพืชหยดและน้ าไหลตาม
ต้น ซึ่งเหลือจากการสูญเสียด้วยการคายระเหย การซึมซับของดิน รวมตัวกันชั่วคราวตามผิวดิน รวมทั้งปริมาณ
น้ าฝนส่วนเกิน (Excess rainfall) ในกรณีที่ฝนตกหนักกว่าความสามารถในการซึมน้ าของดินและทั้งน้ าฝนที่ตก
ลงสู่พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยวัตถุที่ไม่ซึมน้ า เช่น พื้นถนน อาคาร หรือพื้นคอนกรีต เป็นต้น ส าหรับปัจจัยที่มีอิทธิพล
ต่อการเกิดน้ าไหลบ่าหน้าดิน มากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับลักษณะและความหนักเบาของฝน ลักษณะพืชพรรณ
ปกคลุมดิน และความสามารถในการซึมน้ าของดิน น้ าไหลผิวดินอาจเป็นตัวการส าคัญต่อปัญหาการชะล้าง
พังทลายของดินบนพื้นที่ลาดชัน โดยเปลี่ยนเป็นน้ าไหลบ่าหน้าดิน (Surface runoff) และมีก าลังกัดชะหน้าดิน
หากมีปริมาณมากและไม่มีวัตถุชะลอความเร็ว หลังจากนั้นน้ าทั้งหมดจึงไหลลงสู่ที่ต่ า (Overland flow)
รวมกันเป็นทางน้ าสายใหญ่ (อรทัย,2549)
ส าหรับแนวคิดในการประเมินผลกระทบของการใช้ประโยชน์ที่ดินและพลวัตรของการใช้ที่ดินที่มีต่อ
สภาพอ านวยน้ าของลุ่มน้ านั้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่เป็นปัจจัยหลักที่ควรค านึงถึงซึ่งในพื้นที่ลุ่มน้ า
3

