Page 285 - การใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประเมินผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2548
P. 285
ง - 22
ภาคผนวกที่ 3
โรคขาวที่พบมาก ( กรมสงเสริมการเกษตร, 2548 )
1. โรคใบสีสม เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีเพลี้ยจักจั่นสีเขียวเปนพาหะนําโรค พบไดทุกระยะ
ของขาว โดยใบขาวจะเริ่มมีสีเขียวสลับเหลือง ตอมาจะเปลี่ยนเปนสีเหลือง เริ่มจากปลายใบเขาหา
โคนใบ ถาเปนรุนแรงในระยะตนกลา ขาวอาจจะตายได แตถาเปนนาระยะปกดํา ตนที่เปนโรคจะเตี้ย
แคระแกร็น ชวงลําตนจะสั้นกวาปกติ ใบใหมที่โผลออกมาจะมีตําแหนงต่ํากวาขอตอของใบลาสุด อาจ
ตายทั้งกอ หรือออกรวงขนาดเล็ก ลาชากวาปกติ หรือไมออกรวงเลย
การปองกันกําจัด
- ใชพันธุขาวตานทาน เชน กข 1 กข 3
- กําจัดวัชพืช และพืชอาศัยของเชื้อไวรัสและแมลงพาหะนําโรค
- ใชสารกําจัดแมลง เชน สารดูดซึม เชน ฟูราดาน คูราแทร หรือมิปซิน หรือสารกําจัดแมลง
ฉีดพน เชน เซฟวิน 85
2. โรคจู เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลเปนพาหะนําโรค ตนที่เปนโรคจะเตี้ย
แคระแกร็น ใบสีเขียวเขมแคบและสั้น ใบใหมจะแตกชากวาปกติ และเมื่อแตกพุงขึ้นมาดูไมคอย
สมบูรณปลายใบจะบิดเบี้ยว โรคใบหงิก ขาวจะออกรวงชา และรวงไมสมบูรณ เมล็ดจะลีบเปนสวน
ใหญและดางเสียคุณภาพ เกิดไดกับตนขาวทุกระยะ ตนขาวอายุ 15 - 45 วัน จะแสดงอาการรุนแรง
มาก ถามีอายุเกิน 60 วัน แมจะไดรับเชื้อจะแสดงอาการไมรุนแรงนัก
การปองกันกําจัด
- กําจัดวัชพืช และพืชอาศัยแมลงพาหะนําโรค
- ใชสารกําจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาล
3. โรคไหม เกิดจากเชื้อรา พบระบาดระหวางเดือนมิถุนายน - สิงหาคม พบประจําในแหลง
ที่มีการทํานามากกวาปละหนึ่งครั้ง และในนาที่หวานขาวหนาแนนอับลม ใสปุยปริมาณมาก มีสภาพ
แหงแลงในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน เชื้อสามารถติดไปกับเมล็ดขาว ลม น้ํา และเศษ
ฟางขาว
การปองกันกําจัด
คลุกเมล็ดพันธุขาวดวยสารกําจัดเชื้อรากอนปลูก เชน benomyl + thiram ( Benlate-t 20%
WP ) อัตรา 3 กรัมตอเมล็ดพันธุ 1 กิโลกรัม หรือ kasugamycin ( Kasumin 2% WP ) อัตรา 3
กรัมตอเมล็ดพันธุ 1 กิโลกรัม

