Page 283 - การใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประเมินผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2548
P. 283

ง -  20


                  ซึ่งมีผลตอผลผลิตเพราะทําใหขาวมีเมล็ดลีบ  น้ําหนักลดลง  หนอนหอใบสามารถเพิ่มปริมาณได  2 - 3

                  อายุขัย  ตอฤดูปลูก

                          การปองกันกําจัด ( กรมสงเสริมการเกษตร, 2548 )

                          -  ในนาหวานน้ําตม  ชวงขาวอายุ  15 - 20  วันหลังปลูก  ไมควรใสปุยไนโตรเจนมากเกิน  5  กิโลกรัม
                  ตอไร  เชน  ปุยยูเรีย ( 46-0-0 )  ไมควรเกิน  10  กิโลกรัมตอไร  ปุยแอมโมเนียมฟอสเฟส ( 16-20-0 )  ไมควรเกิน

                  30  กิโลกรัมตอไร

                          -  ในระยะขาวแตกกอเมื่อตรวจพบใบขาวถูกทําลายเกิน  10%  หรือชวงขาวตั้งทอง - ออกรวง

                  พบใบขาวถูกทําลายเกิน  5%  จึงใชสารกําจัดแมลงในการปองกันกําจัด
                          -  ใชสารกําจัดแมลงชนิดพนน้ําไดผลดี  เชน  carbosulfan  และ  quinaphos

                         3.  หนอนกอขาว ( กรมสงเสริมการเกษตร, 2548 )  ในประเทศไทยพบหนอนกอที่ทําลายขาว

                  ที่สําคัญ  4  ชนิด  คือ  หนอนกอสีครีม  หนอนกอแถบลาย  หนอนกอแถบลายมวง  และหนอนกอสีชมพู

                  ซึ่งจะเขาทําลายขาวหลังจากฟกออกจากไข  โดยจะเจาะเขาทําลายกาบใบถึงลําตน  ทําใหเกิดอาการใบ
                  เหี่ยวในระยะแรก  ใบและยอดที่ถูกทําลายจะเหลืองในระยะตอมา  ซึ่งการทําลายขาวในระยะนี้จะทําให

                  ขาวเกิดอาการยอดเหี่ยว  ถาหนอนเขาทําลายในระยะขาวตั้งทอง  หรือออกรวง  จะทําใหรวงขาวมีเมล็ด

                  ลีบทั้งรวง  เกิดอาการที่เรียกวา  ขาวหัวหงอก

                         การปองกันกําจัด ( สถาบันวิจัยขาว, 2548 )

                         -  ควรเผาตอซังขาวหลังเก็บเกี่ยว  ไขน้ําทวมและไถดินทําลายดักแดและหนอนที่อยูตามตอซัง
                         -  ปลูกพืชหมุนเวียน

                         -  ไมควรใสปุยไนโตรเจนมากเกินไป  ทําใหใบขาวงามหนอนกอชอบวางไข

                         -  ใชแสงไฟลอตัวเต็มวัยและทําลาย

                         -  ใชสารกําจัดแมลงชนิดเม็ด  เชน  carbofuran  หวานหลังหวานขาว  30  วัน ( นาหวาน ) หรือ

                  20  วันหลังปกดํา ( นาดํา )  หลังจากนั้นเมื่อพบอาการยอดเหี่ยวมากกวา  5%  ใหพนสารกําจัดแมลง
                  ชนิดน้ํา  เชน  monocrotophos, carbosulfan  หรือหวานสารกําจัดแมลงชนิดเม็ด cartap+isoprocarb

                  หรือ  benfuracarb  หรือ  triazophos ( กรมสงเสริมการเกษตร, 2548 )

                         4.  บั่ว ( สถาบันวิจัยขาว, 2548 )  แมลงบั่วเปนแมลงศัตรูขาวที่สําคัญในภาคเหนือตอนบน
                  เชน  ที่จังหวัดตาก  แพร  ลําปาง  นาน  พะเยา  แมฮองสอน  เชียงราย  และจังหวัดเชียงใหม  ซึ่งพบ

                  ระบาดรุนแรงในชวงเดือนกันยายนถึงตุลาคม  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแกน อุบลราชธานี

                  หนองคาย  นครพนม  และจังหวัดสกลนคร  ตัวเต็มวัยของแมลงบั่ว  มีลักษณะคลายยุงแตลําตัวมีสีสม

                  ยาวประมาณ  3 - 4  มิลลิเมตรหนวดและขามีสีดํา  เวลากลางวันตัวเต็มวัยจะเกาะซอนตัวอยูใตใบขาว

                  ตัวเมียวางไขใตใบขาว  ตัวหนอนที่ฟกจากไขจะคลานตามบริเวณกาบใบ  เพื่อแทรกตัวเขาไปในกาบใบ
                  เขาไปอาศัยกัดกินที่จุดกําเนิดของหนอออน   ขณะที่หนอนอาศัยกัดกินหนอออนนั้น   ตนขาวจะสราง

                  หลอดหุมตัวหนอนไว  ทําใหขาวแสดงอาการที่เรียกวา  " หลอดหอม "  ทําใหตนขาวเกิดอาการแคระแกร็น
   278   279   280   281   282   283   284   285   286   287   288