Page 282 - การใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประเมินผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2548
P. 282

ง -  19




                                                                ภาคผนวกที่ 2
                                                      ศัตรูขาวที่พบมาก


                         1.  เพลี้ยกระโดดสีน้ําตาล ( สถาบันวิจัยขาว, 2548 )  เพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลสามารถทําลาย

                  ขาวทั้งตัวเต็มวัยและตัวออนโดยทําลายขาวได  2  ทาง  คือ  การทําลายทางตรงและทางออม

                         การทําลายทางตรง  ดูดกินน้ําเลี้ยงจากตนขาวบริเวณโคนตนขาว  เมื่อแมลงมีจํานวนมากจะ

                  ทําใหขาวมีอาการใบเหลืองแหงลักษณะคลายถูกน้ํารอนลวก  เรียกอาการไหม ( hopper burn )  ทําให
                  ขาวแหงตายทั้งกอ   โดยทั่วไปจะพบอาการไหมในระยะแตกกอ   ตั้งทอง   และออกรวง   ซึ่งเปนระยะ

                  อายุขัยที่  2 - 3  ของเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลในนาขาวที่มีปริมาณประชากรสูงสุดในสภาพแวดลอมและ

                  พันธุขาวที่เหมาะสม  แตถาสภาพแวดลอมไมเหมาะสมเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลก็ไมสามารถเพิ่มปริมาณ

                  มากจนกอใหเกิดความเสียหายกับขาวได

                         การทําลายทางออม  โดยเปนพาหะนําเชื้อไวรัสโรคใบหงิก ( rice ragged stunt )  หรือที่รูจัก
                  ในหมูชาวนาวา  " โรคจู "  มาสูขาว  ทําใหตนขาวมีอาการแคระแกร็น  ตนเตี้ย  ใบสีเขียวเขม  แคบและ

                  สั้น  ใบไหม  แกชากวาใบปกติ  ปลายใบบิดเปนเกลียวและขอบใบแหวงวิ่น  ขาวออกรวงไมสม่ําเสมอ

                  ขาวออกรวงไมสุดรวง   และรวงลีบผลผลิตจะเสียหายมาก   ปจจุบันเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลถือวาเปน

                  แมลงศัตรูขาวที่สําคัญที่สุด  โดยพบระบาดทั่วไปทุกภาค  โดยเฉพาะภาคกลางที่พบจะระบาดทําความ

                  เสียหายอยางรุนแรง
                          การปองกันกําจัด ( กรมสงเสริมการเกษตร, 2548 )

                          -  ใชพันธุขาวตานทาน  ไดแก  สุพรรณบุรี 1  สุพรรณบุรี 2  สุพรรณบุรี 90  ชัยนาท 1  และกข  23

                          - การเขตกรรม  เชน  มีการระบายน้ําออกจากแปลงนา  7 - 10  วัน  ในชวงใกลเก็บเกี่ยว  และ
                  เมล็ดขาวเริ่มแข็งแลว

                          -  อนุรักษศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาล  เชน  มวนเขียวดูดไข  มวนจิงโจน้ํา  ดวงกน

                  กระดก  ดวงดิน  ดวงเตา  แมงมุมเขี้ยวยาว  แตนเบียน  แมลงปอเข็ม

                          -  ใชสารเคมี  เชน  คารแทบ + ไอโซโปรคารบ 6% กิโลกรัมตอไร  อิมิดาโคลพริด 65% EC.

                  อัตรา  60  ซีซีตอไร  บูโพรเฟซิน + ไอโซโปรคารบ 25% WP.  100  กรัมตอไร
                         2.  หนอนหอใบขาว ( สถาบันวิจัยขาว, 2548 )  ผีเสื้อหนอนหอใบขาวจะเคลื่อนยายเขาแปลง

                  นา  ตั้งแตขาวยังเล็กและวางไขที่ใบออนโดยเฉพาะใบที่  1 - 2  จากยอด  เมื่อตัวหนอนฟกออกมาจะ

                  แทะผิวใบขาวสวนที่เปนสีเขียว  ทําใหเห็นเปนแถบยาวสีขาว  มีผลใหสังเคราะหแสงลดลง  หนอนจะใช

                  ใยเหนียวที่สกัดจากปากดึงขอบใบขาวทั้งสองดานเขาหากันเพื่อหอหุมตัวหนอนไว   หนอนจะทําลายใบ

                  ขาวทุกระยะการเจริญเติบโตของขาว  ถาหนอนมีปริมาณมากจะใชใบขาวหลายๆใบมาหอหุมและกัดกิน
                  อยูภายใน  ซึ่งปกติจะพบตัวหนอนเพียงตัวเดียวในใบหอนั้น  ในระยะขาวออกรวงหนอนจะทําลายใบธง
   277   278   279   280   281   282   283   284   285   286   287