Page 218 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจมะขาม
P. 218

6-3








                                     2) เขตการใชที่ดินมีความเหมาะสมปานกลาง (สัญลักษณในแผนที่ Z-II) มีเนื้อที่
                       ประมาณ 44,633 ไร ผลผลิตตอไรประมาณ 629.42 กิโลกรัม ผลตอบแทนสุทธิ 5,096.14 บาทตอไรตอป

                       อยูบริเวณภาคเหนือประมาณ 33,000 ไร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 11,633 ไร

                                     3) เขตการใชที่ดินมีความเหมาะสมนอย (สัญลักษณในแผนที่ Z-III)  มีเนื้อที่
                       ประมาณ 56,100 ไร ผลผลิตตอไรประมาณ 512.85 กิโลกรัม ผลตอบแทนสุทธิ 4,053.25 บาทตอไรตอป

                       อยูบริเวณภาคเหนือประมาณ 27,385 ไร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 28,715 ไร

                              6.2.2 เขตการใชที่ดินพืชเศรษฐกิจมะขามรายตําบล
                                     จากการกําหนดเขตการใชที่ดินพืชเศรษฐกิจมะขามรายภาคและรายจังหวัด

                       ดังกลาว ไดดําเนินการตอเนื่องใหครอบคลุมถึงระดับตําบลเพื่อใหสามารถกําหนดเปาหมายการผลิต

                       การถายทอดเทคโนโลยีและการตลาดไปถึงขั้นปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการเกษตรระดับตําบลได

                       ครอบคลุมพื้นที่จํานวน 11 จังหวัด 64 อําเภอ 4 กิ่งอําเภอ 232 ตําบลโดยจังหวัดเลยเปนจังหวัดที่มี
                       จํานวนอําเภอ ตําบล และพื้นที่มากที่สุด  คือ 12  อําเภอ 2 กิ่งอําเภอ 65  ตําบล และเนื้อที่ประมาณ

                       55,896  ไร  รองลงมา ไดแก จังหวัดเพชรบูรณ 9  อําเภอ 46  ตําบล และเนื้อที่ประมาณ 42,368  ไร

                       (ตารางที่ 6-2 และรูปที่ 6-4 ถึง รูปที่ 6-14)


                       6.3    ขอเสนอแนะ


                              6.3.1 การลดพื้นที่เพาะปลูก

                              จากการที่ผลผลิตมะขามหวานลนตลาดและมีราคาตกต่ํามากในระยะที่ผานมา เนื่องจาก

                       มีการปลูกกันมากเกินความตองการ ทําใหเกษตรกรที่ปลูกมะขามหวานมีรายไดลดลงติดตอกันมาหลายป
                       จึงควรลดพื้นที่ปลูกลงเพื่อใหเกิดสมดุลของผลผลิตกับความตองการของตลาด  โดยทําการปลูก

                       พืชเศรษฐกิจชนิดอื่นซึ่งใหผลตอบแทนสูงกวาทดแทน ในปจจุบันยางพาราเปนพืชที่รัฐบาลสงเสริม

                       ใหมีการปลูกเพิ่มขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26  พฤษภาคม 2546  โดยกําหนดใหปลูกยางพารา

                       เพื่อยกระดับรายไดและความมั่นคงแกเกษตรกร ในแหลงปลูกยางพาราใหมระยะที่ 1  พื้นที่ปลูก
                       ยางพารา 1,000,000  ไร  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 700,000  ไร  และภาคเหนือ 300,000  ไร

                       ระยะเวลาในการดําเนินการ 3 ป (พ.ศ. 2547 - 2549) โดยปลูกบริเวณที่กรมวิชาการเกษตรไดทําการกําหนด

                       เปนพื้นที่ที่เหมาะสมสําหรับการปลูกยางพารา โดยคํานึงถึงการกําหนดเขตพื้นที่การเกษตร (Zoning)
                       และผลิตภาพการผลิต (Productivity) เปนหลักเกณฑในการพิจารณา  โดยระยะแรกของการปลูก

                       ยางพารา (2 - 3 ปแรก) เกษตรกรอาจปลูกพืชอายุสั้นแซมยางพารา เชน สับปะรดเพื่อเปนการเพิ่มรายได

                       สวนมะขามที่เหลืออยูจะไมมีการปลูกทดแทน การปลูกมะขามควรเปนไปตามความสมัครใจของ
                       เกษตรกรแตไมควรเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก  จะทําใหผลผลิตมากเกินความตองการของตลาดและราคาตกต่ํา





                       เขตการใชที่ดินพืชเศรษฐกิจมะขาม                          สํานักสํารวจดินและวางแผนการใชที่ดิน
   213   214   215   216   217   218   219   220   221   222   223