Page 105 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจมะขาม
P. 105

4-2







                       และคาเสื่อมอุปกรณตางๆ เปนตน ตนทุนที่เปนเงินสด เปนตนทุนที่เปนตัวเงินที่เกษตรกรจายไปจริง
                       ในการซื้อหรือจางปจจัยในการผลิต ตนทุนที่ไมเปนเงินสด เปนตนทุนที่คิดจากมูลคาของปจจัย

                       ที่เกษตรกรใชในการผลิตโดยเกษตรกรเปนเจาของปจจัยหรือไดมาโดยไมไดคิดเปนตัวเงิน ไดแก

                       คาแรงงานคนในครัวเรือน คาแรงงานเครื่องจักรของตนเอง คาใชที่ดินของตัวเอง เปนตน
                       ผลตอบแทนจากการผลิตจะพิจารณาจากผลตอบแทนเหนือตนทุนเงินสด ผลตอบแทน

                       เหนือตนทุนผันแปรและผลตอบแทนเหนือตนทุนทั้งหมดรวมทั้งอัตราผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด

                       (B/C)  เพื่อเปรียบเทียบและแสดงใหเห็นถึงผลตอบแทนที่ไดรับจากการลงทุนที่เทากัน

                              เนื่องจากมะขามเปนไมยืนตนที่มีอายุการผลิตมากกวา 1 ป การศึกษาตนทุนและ
                       ผลตอบแทนจึงตองใชวิธีการวิเคราะหตามหลักเกณฑการประเมินโครงการ โดยใชหลักการ

                       หามูลคาปจจุบัน (Net Present Value : NPV) ของตนทุนและผลตอบแทนของโครงการ

                       ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ใชอัตราดอกเบี้ยเงินกูของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตรรอยละ
                       5.50 บาทตอป เปนอัตราคิดลด (Discount Rate)  แลวหาคาผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ยตอปดวยการ

                       ปรับคามูลคาปจจุบันของตนทุน มูลคาผลผลิต(รายได) และผลตอบแทนโดยการคูณดวยตัวกอบกูทุน

                       (Capital Recovery Factor : CRF) ที่อัตราดอกเบี้ย (i) เทากับรอยละ 5.50 ตอป และระยะเวลา(ป)

                       ซึ่งเปนจํานวนปสูงสุดของมะขามที่สํารวจพบในการศึกษาครั้งนี้คือ 24 ป นอกจากหลักการ
                       หามูลคาปจจุบัน(NPV) ของตนทุนและผลตอบแทนแลวไดใชคาอัตราผลตอบแทนตอตนทุน

                       (Benefit cost ratio : B/C ratio)ซึ่งเปนเกณฑที่แสดงถึงอัตราสวนระหวางมูลคาปจจุบัน

                       เฉลี่ยตอไรตอปของผลตอบแทนกับตนทุนทั้งหมดตลอดชวงปที่ทําการผลิต  คา B/C สามารถใชเปน
                       เกณฑวัดประสิทธิภาพการผลิต(Productivity) และเปรียบเทียบผลไดหรือผลตอบแทนที่ไดรับ

                       จากการลงทุนที่เทากันได กลาวคือ การผลิตที่มีคา B/C มากกวา 1 จะแสดงใหเห็นวาการผลิตนั้น

                       ใหผลตอบแทนมากกวาคาใชจายที่ลงทุนไปและยอมดีกวาการผลิตหรือการลงทุนที่มีคา B/C
                       นอยกวา 1  จุดคุมทุนหรือปที่คุมทุน ใชบอกระยะคืนทุน(Payback Period) โดยเปนระยะ

                       ที่ผลตอบแทนสุทธิจากการผลิตมีคาเทากับตนทุนในการผลิตซึ่งจากตารางมูลคาปจจุบัน(NPV)

                       ของตนทุนและผลตอบแทนการผลิตมะขาม จุดคุมทุนเปนปที่ผลตอบแทนสะสมมีคาเปนบวก
                       และเมื่อทําการผลิตตอไปผลตอบแทนที่ไดจะเปนกําไรสะสมในปตอๆไป การวิเคราะหขอมูล

                       ตามหลักเกณฑดังกลาวนี้ทําใหทราบขอมูลดานตนทุนและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ

                       ซึ่งมีความสําคัญตอเกษตรกรในฐานะผูประกอบการโดยจะเปนขอมูลใหทราบถึงสถานะ

                       ทางเศรษฐกิจที่จะตัดสินใจทําการผลิตหรือดําเนินการใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและสามารถ
                       ใชเปนขอมูลพื้นฐานในการวางแผนและกําหนดเขตการผลิตตอไป นอกจากนี้ยังใชเปนขอมูล

                       เปรียบเทียบผลตอบแทนจากการผลิตพืชชนิดอื่นที่ใชวิธีวิเคราะหดวยหลักการเดียวกัน





                       เขตการใชที่ดินพืชเศรษฐกิจมะขาม                          สํานักสํารวจดินและวางแผนการใชที่ดิน
   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110