Page 72 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 72

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





             ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เป็นต้น อาจขาดแคลนหรือถูกตรึงจนไม่เป็นประโยชน์กับพืช ในขณะที่ธาตุ

             บางชนิด เช่น อะลูมินัม แมงกานีส และเหล็ก เป็นต้น อาจมีอยู่ในดินมากจนเป็นพิษต่อพืชที่ปลูก นอกจากนั้น
             การที่เนื้อดินเป็นดินเหนียวทำให้มีน้ำแช่ขังนาน การระบายน้ำไม่ดี และน้ำมักจะสภาพเป็นกรด ทำให้พืชที่ปลูก

             ไม่เจริญเติบโตหรือให้ผลผลิตต่ำมาก ซึ่งการตรวจสอบค่าพีเอชของดินทำได้หลายวิธี เกษตรกรสามารถปฏิบัติ

             ได้ด้วยตนเอง โดยการใช้น้ำยาตรวจสอบ ใช้กระดาษเทียบสี หรือเก็บตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
             ของกรมพัฒนาที่ดิน





















                                    ภาพแสดงการเจริญเติบโตของข้าวในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด

                                                 ที่มา: กรมพัฒนาที่ดิน

             แนวทางการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัด
                    1) แนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องดิน

                           (1) ใช้วัสดุปูน เช่น ปูนมาร์ล หินปูนฝุ่น โดโลไมท์ ปูนขาว และปูนแคลไซต์ เป็นต้น เพื่อลด

             ความรุนแรงของกรดในดิน รวมถึงเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารในดินบางชนิด เช่น ไนโตรเจน

             ฟอสฟอรัส และลดความเป็นพิษของธาตุบางชนิด เช่น  อะลูมินัม และเหล็ก ที่อาจมีในดินในปริมาณที่มาก

             เกินไป โดยทั่วไป การที่เกษตรกรจะเลือกใช้วัสดุปูนชนิดใดและใช้ในปริมาณเท่าใดนั้น มีแนวทางในการ
             พิจารณาดังนี้

                                   ก. ระดับความรุนแรงของกรดในดินและคุณสมบัติของดินมีผลทำให้ดินในแต่ละแห่ง

             มีความต้องการปูนที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป ดินที่มีพีเอชเท่ากัน ปริมาณความต้องการปูนที่จะมายกระดับพีเอช

             ของดินนั้นไม่จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป เช่น ดินที่มีเนื้อดินเป็นดินเหนียวหรือมีอินทรียวัตถุสูง ต้องใส่ปูนใน

             ปริมาณที่มากกว่าดินเนื้อหยาบ เช่น ดินร่วนทราย เป็นต้น

                                   ข. สภาพการใช้ประโยชน์พื้นที่ เช่น การทำนา หากดินที่มีระดับความเป็นกรดปาน

             กลาง พีเอชมากกว่า 4.5 ไม่จำเป็นต้องใส่ปูน แต่เมื่อพีเอชของดินลดลง มีค่าพีเอช 4.1-4.4 แนะนำให้ใช้ปูนใน
             อัตราประมาณ 0.5-1.0 ตันต่อไร่ และหากดินมีพีเอชต่ำกว่า 4.0 (มักเป็นดินเปรี้ยวจัด) แนะนำให้ใช้ปูนใน

             อัตราประมาณ 1.0-2.0 ตันต่อไร่ ในขณะที่การปลูกพืชแบบยกร่อง พืชที่ปลูก ได้แก่ พืชผัก พืชไร่ การปรับปรุง



              44       คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77