Page 38 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 38
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
4) ดินสีเทาหรือสีน้ำเงิน 2) กลุ่มดินร่วน
การที่ดินมีสีเทา สีเทาปนน้ำเงินหรือสีน้ำเงินบ่งชี้ว่าดินอยู่ใน กลุ่มดินร่วนประกอบด้วยอนุภาคขนาดทราย ทรายแป้ง และดินเหนียวในปริมาณใกล้เคียงกัน
สภาวะที่มีน้ำแช่ขังเป็นเวลานาน เช่น ดินนาในพื้นที่ลุ่ม หรือดินในพื้นที่ เนื้อดินค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ ในสภาพดินแห้งจะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ ในสภาพดินชื้น ดินจะ
ป่าชายเลนที่มีน้ำทะเลท่วมถึงอยู่เสมอ มีสภาพการระบายน้ำและการ ยืดหยุ่นได้บ้าง เมื่อสัมผัสหรือคลึงดินจะรู้สึกนุ่มมือ แต่เมื่อกำดินให้แน่นในฝ่ามือแล้วคลายออก ดินจะจับกัน
ถ่ายเทอากาศไม่ดีทำให้เกิดสารประกอบของเหล็กพวกเทาหรือสีน้ำเงิน เป็นก้อนและไม่แตกออกจากกัน ดินร่วนเป็นดินที่มีความเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก เพราะไถพรวนง่าย มี
แต่ถ้าดินอยู่ในสภาวะที่มีน้ำแช่ขังสลับกับดินแห้ง ดินจะมีจุดประสี ซึ่ง การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี และมักจะมีความอุดมสมบูรณ์สูง
โดยทั่วไปมักปรากฏเป็นจุดประสีเหลืองหรือสีแดงบนพื้นสีเทา ซึ่งเป็นผล เนื้อดินที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินทรายแป้ง ดินร่วนปนทรายแป้ง ดินร่วนปนดิน
มาจากการเปลี่ยนแปลงของสาร ประกอบออกไซด์ของเหล็กที่สะสมอยู่ เหนียว ดินร่วนเหนียวปนทราย และดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง
ในดิน โดยสารเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในรูปที่มีสีเทาเมื่ออยู่ในสภาวะ 3) กลุ่มดินเหนียว
ที่มีน้ำแช่ขัง ขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ๆ และเปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่ให้ กลุ่มดินเหนียวประกอบด้วยอนุภาคขนาดดินเหนียวตั้งแต่ร้อยละ 40 ขึ้นไป เป็นดินที่มีเนื้อละเอียด
สารสีแดงเมื่อได้รับออกซิเจน ในสภาพดินแห้งจะเกาะตัวกันเป็นก้อนแข็ง เมื่อเปียกน้ำแล้วจะมีความยืดหยุ่น สามารถปั้นเป็นก้อนหรือคลึง
2.7.3 เนื้อดิน เป็นเส้นยาวได้ เหนียวติดมือ มีทั้งที่ระบายน้ำและอากาศดีและไม่ดี สามารถอุ้มน้ำ ดูดซับและแลกเปลี่ยนธาตุ
เนื้อดินเป็นสมบัติที่บอกถึงความหยาบหรือละเอียดของดิน อาหารพืชได้ดี บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำบางพื้นที่ที่เป็นดินเหนียวจัดจะไถพรวนลำบาก เมื่อแห้ง ดินจะแข็งมากแต่
มีผลต่อการดูดซับน้ำ การดูดยึดธาตุอาหาร และปฏิกิริยาต่างๆ เมื่อเปียก ดินจะเหนียวติดเครื่องมือไถพรวน
ที่เกิดขึ้นในดิน เนื้อดินเป็นผลมาจากการรวมตัวกันของชิ้นส่วนเล็ก เนื้อดินที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ดินเหนียว ดินเหนียวปนทราย และดินเหนียวปนทรายแป้ง
ๆ ที่เราเรียกกันว่า “อนุภาคของดิน” อนุภาคเหล่านี้มีขนาดไม่ 2.7.4 โครงสร้างของดิน
เท่ากัน แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มคือ อนุภาคขนาดทราย โครงสร้างดินเป็นสมบัติทางกายภาพของดิน ที่เกิดขึ้นจากการเกาะยึดกันของอนุภาคที่เป็น
(เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.0-0.05 มิลลิเมตร) อนุภาคขนาดทรายแป้ง ของแข็ง เกิดเป็นเม็ดดินหรือเป็นก้อนดินที่มีขนาด รูปร่าง และความคงทนแข็งแรงในการยึดตัวต่างกัน เช่น
(เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.05-0.002 มิลลิเมตร) และ อนุภาคขนาดดิน เป็นก้อนกลม ก้อนเหลี่ยม เป็นแท่ง หรือเป็นแผ่นบาง
เหนียว (เส้นผ่าศูนย์กลาง เล็กกว่า 0.002 มิลลิเมตร) โครงสร้างของดินมีความสำคัญต่อการซึมผ่านของน้ำ
เราสามารถแบ่งเนื้อดินเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 กลุ่มคือ การอุ้มน้ำ การระบายน้ำ และการถ่ายเทอากาศในดิน รวมถึงการ
กลุ่มดินทราย กลุ่มดินร่วน และกลุ่มดินเหนียว แพร่กระจายของรากพืชด้วย ดินที่มีโครงสร้างดี มักจะมีลักษณะ
1) กลุ่มดินทราย ร่วนซุย อนุภาคดินเกาะกันอย่างหลวม ๆ มีปริมาณช่องว่างมาก
กลุ่มดินทรายมีอนุภาคขนาดทรายเป็นองค์ประกอบอยู่มากกว่าร้อยละ 85 โดยอนุภาคจะเกาะตัวกัน และมีความต่อเนื่องของช่องว่างในดินดี ทำให้มีการระบายน้ำและ
หลวมๆ และมองเห็นเป็นเม็ดเดี่ยว ๆ ได้ เมื่อสัมผัสดินที่แห้งจะรู้สึกสากมือ หากกำดินทรายที่แห้งไว้แล้วคลาย ถ่ายเทอากาศได้ดี รากพืชสามารถชอนไชไปหาอาหารได้ง่าย
มือออก ดินจะแตกออกจากกันได้ง่าย หากกำดินที่ชื้นจะทำเป็นก้อนหลวมๆ ได้ แต่เมื่อสัมผัสจะแตกออกจาก โครงสร้างดินที่แข็งแรงถูกทำลายได้ยาก ก็จะทำให้ดินถูกชะล้าง
กันทันที พังทลายได้ยากเช่นกัน
ปกติดินทรายเป็นดินที่มีการระบายน้ำและอากาศดีมาก แต่อุ้มน้ำต่ำ น้ำซึมผ่านได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามดินในธรรมชาติไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างเสมอไป ดินหลายชนิดได้ชื่อว่าเป็นดินไม่มี
มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เพราะความสามารถในการดูดยึดธาตุอาหารพืชน้อย พืชที่ขึ้นบนดินทรายจึงมักขาดทั้ง โครงสร้าง เช่น ดินทรายที่มีอนุภาคขนาดทรายเดี่ยว ๆ ไม่เกาะยึดกัน และดินเหนียวจัดที่อนุภาคดินเหนียว
ธาตุอาหารและน้ำ ขนาดเล็กจับตัวกันแน่นทึบ
เนื้อดินที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ดินทราย และดินทรายปนดินร่วน
10 คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
กรมพัฒนาที่ดิน

