Page 224 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 224
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน
ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ระดับ
<3.5 กรดรุนแรงมากที่สุด
3.5 – 4.5 กรดรุนแรงมาก
4.6 – 5.0 กรดจัดมาก
5.1 – 5.5 กรดจัด
5.6 – 6.0 กรดปานกลาง
6.1 – 6.5 กรดเล็กน้อย
6.6 – 7.3 กลาง
7.4 – 7.8 ด่างเล็กน้อย
7.9 – 8.4 ด่างปานกลาง
ภาพแสดงขั้นตอนการขอรับบริการวิเคราะห์ดินผ่านระบบหมอดินตรวจดิน 8.5 – 9.0 ด่างจัด
>9.0 ด่างจัดมาก
11.5 การแปลผลวิเคราะห์ดิน
เมื่อได้รับผลวิเคราะห์ตัวอย่างดินแล้ว หมอดินสามารถประเมินระดับธาตุอาหารแต่ละชนิดว่าสูง ปานกลาง ค่าการนำไฟฟ้าของดิน ระดับความเค็มและผลกระทบต่อกลุ่มพืช
หรือต่ำ ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินกับความต้องการปูนในการปรับปรุงดิน จากค่ามาตรฐานที่หมอดิน
สามารถประเมินได้ด้วยตนเอง ดังนี้ ค่าการนำไฟฟ้าของ ระดับความเค็ม ผลกระทบต่อกลุ่มพืช
11.5.1 ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ดิน(เดซิซีเมน/เมตร)
ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดินไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่เป็นตัวควบคุม 0-2 ไม่เค็ม ไม่กระทบต่อการปลูกพืชทุกชนิด
การละลายของธาตุอาหารพืช และการละลายของสารอื่นๆ ให้อยู่ในรูปที่พืชจะดูดไปใช้ได้ สารพิษหรือสภาวะที่ 2-4 เค็มน้อย พืชที่ไวต่อความเค็มมีการเจริญเติบโตลดลงบ้าง
ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืช ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข เช่น ถ้าดินเป็นกรดจัดมากถึงเป็นกรดรุนแรงมาก หมอดิน 4-8 เค็มปานกลาง พืชทนเค็มเท่านั้นที่เจริญเติบโตได้ดี
จะต้องแนะนำปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินด้วยการใส่ปูน ตารางข้างล่างจะช่วยประเมินได้ว่าดินของ 8-6 เค็มมาก พืชทนเค็มบางชนิดเท่านั้นที่เจริญเติบโตได้ดี
> 16 เค็มมากที่สุด พืชทุกชนิดไม่สามารถเจริญเติบโตได้เลย
เกษตรกรเป็นกรดหรือไม่
หมายเหตุ : ค่าการนำไฟฟ้าของดินมากกว่า 4 เดซิซีเมน/เมตร ถือว่าดินนั้นเป็นดินเค็ม
11.5.2 ความเค็มของดิน
ความเค็มของดิน หมายถึง ความเข้มข้นของสารละลายเกลือในดิน ดินที่มีความเค็มมากจะทำให้ 11.5.3 อินทรียวัตถุในดิน
รากพืชไม่สามารถดูดน้ำและอาหาร หรือดูดไปใช้ได้น้อย ความเค็มของดินสามารถตรวจสอบได้โดยการวัด อินทรียวัตถุในดิน หมายถึง อินทรีย์สารทุกชนิดที่มีอยู่ในดิน ซึ่งได้จากซากพืช ซากสัตว์และสิ่งมีชีวิต
ความสามารถในการนำไฟฟ้าของดิน ตารางข้างล่างจะช่วยให้หมอดินทราบว่าดินของเกษตรกรเป็นดินเค็มหรือไม่ ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในดิน สิ่งขับถ่ายของมนุษย์และสัตว์ เกิดการสลายตัวทับถมอยู่ในดิน รวมถึงอินทรีย์สารที่ราก
เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืช พืชปลดปล่อยออกมาและที่จุลินทรีย์สังเคราะห์ขึ้น
อินทรียวัตถุในดินประกอบด้วยอินทรียสารหลายชนิด คือ พวกสารประกอบอินทรีย์ไนโตรเจน
สารประกอบอินทรีย์ฟอสฟอรัส สารประกอบอินทรีย์กำมะถัน เป็นต้น และเมื่ออินทรียวัตถุสลายตัวโดยจุลินทรีย์
ถึงขั้นสุดท้ายจะได้ฮิวมัส ฮิวมัสนี้ไม่ใช่สารที่คงทนถาวร จุลินทรีย์ดินทำให้สลายตัวได้เช่นเดียวกับอินทรียสารอื่น
ที่มีอยู่ในดิน แต่อัตราการสลายตัวจะช้ากว่าการสลายตัวของอินทรีย์สารที่เป็นต้นกำเนิดของฮิวมัส
196 คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
กรมพัฒนาที่ดิน

