Page 85 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 85
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
(1) การระบายน้ำ
- ก่อสร้างระบบคลองระบายน้ำในพื้นที่นา เพื่อระบายน้ำในช่วงฝนตกหนักตอนต้นฤดูฝน
และปลายฤดูเพาะปลูก โดยมีระยะห่างของคลองระบายน้ำแต่ละคลองประมาณ 1 กิโลเมตร ทั้งนี้เพื่อให้แปลง
นาของเกษตรกรแต่ละรายอยู่ห่างจากคลองระบายน้ำอย่างมากประมาณ 500 เมตร
- คลองระบายน้ำที่ก่อสร้างขึ้นนี้ จะต้องสามารถระบายน้ำฝนที่ตกต่อเนื่องกันในเวลา
3 วัน รวม 200 มิลลิเมตร ให้ออกไปจากพื้นที่นา จนระดับน้ำท่วมไม่เป็นอันตรายต่อต้นข้าว โดยระบายน้ำออกให้
ได้ภายใน 3 วัน (รวมตั้งแต่ฝนเริ่มตกจนระบายน้ำออก ไม่ควรเกิน 7 วัน ทั้งนี้ เพราะผลผลิตข้าวจะเริ่มลดลง
เมื่อน้ำท่วมมากกว่า 50 เซนติเมตร และระยะเวลาการท่วมมากกว่า 3 วัน โดยที่ผลผลิตข้าวจะลดลงมากที่สุด
ที่ระดับน้ำท่วม 100 เซนติเมตร และระยะเวลาการท่วม 7 วัน ซึ่งผลผลิตของข้าวจะลดลงถึงร้อยละ 44.9 โดยที่
ระดับก้นคลองระบายน้ำจะต้องต่ำกว่าระดับของพื้นนาใกล้เคียงทั่วไปไม่เกิน 2 เมตร เพราะหากลึกกว่านี้อาจจะ
ทำให้มีโอกาสเกิดดินที่มีผลกระทบจากเกลือในพื้นที่นาได้ง่าย เนื่องจากทุ่งกุลาร้องไห้มีฐานเกลือขนาดใหญ่อยู่
ข้างล่าง
- ขุดลอกลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อรองรับน้ำที่ระบายมาจากคลองระบายน้ำที่ได้
ก่อสร้างขึ้นในพื้นที่นา ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำส่วนเกินออกจากที่นาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเก็บสำรอง
น้ำบางส่วนไว้ใช้ช่วงฝนทิ้งแล้ง
- ก่อสร้างท่อระบายน้ำเข้า-ออกระหว่างที่นากับคลองระบายน้ำ พร้อมอาคารบังคับน้ำ
ทุก ๆ แปลงถือครองของเกษตรกรที่มีที่ดินอยู่ติดกับคลองและทุก ๆ ระยะไม่เกิน 100 เมตร ตามแนวคลอง
ภาพที่ 5.4 การปรับระดับพื้นที่นาลักษณะที่ 1 ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ (land Leveling)
(2) ระบบชลประทาน
ก่อสร้างฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นอาคารควบคุมน้ำ ในคลองระบายน้ำที่ขุดสร้าง
ขึ้นใหม่ และลำน้ำธรรมชาติที่ขุดลอกเป็นระยะ ๆ โดยมีระดับสันฝายต่ำกว่าระดับพื้นนาใกล้เคียงประมาณ
30 เซนติเมตร ฝายทดน้ำที่ก่อสร้างขึ้นนี้ ส่วนใหญ่จะออกแบบให้เป็นฝายทดน้ำสันคมและหากจำเป็นอาจต้อง
ออกแบบให้เป็นฝายทดน้ำแบบปากเป็ด เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้เป็นปริมาณมาก โดยที่มีระดับน้ำสูงกว่า
ระดับสันฝายไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เกิน 40 เซนติเมตร เพื่อให้ฝายมีความสูงมากพอที่จะเก็บกักน้ำบางส่วน
ไว้ในคลองเพื่อใช้เสริมการทำนาของเกษตรกร ในระยะที่ฝนทิ้งช่วงหรือฝนแล้งได้พอเพียง (ภาพที่ 5.5)
สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย 69
กรมพัฒนาที่ดิน

