Page 36 - การศึกษาศักยภาพและการจัดการดินในพื้นที่ดินเค็มเพื่อการผลิตพืชสมุนไพรประจำท้องถิ่นไปสู่การรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม พี จี เอส กรณีศึกษาในพื้นที่ดินเค็มของจังหวัดนครราชสีมา Study of Soil quality and management of Saline Soil for local Herb production to Participatory Guarantee Systems (PGS) , Case study in Nakhon Ratchasima province.
P. 36
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
36
สรุปผล
1. ตำรับทดลองที่ 5 ใส่ปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 อัตรา 2,000 กก./ไร่ ช่วยลดระดับความเค็มของ
ดินและปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดินได้ดีกว่าตำรับทดลองอื่น โดยมีระดับความเค็มของดินเท่ากับ 0.81 เดซิ
ซีเมนต์ต่อเมตร และมีค่า pH เท่ากับ 7.6 และช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และ
โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มากที่สุดเท่ากับ 0.51 เปอร์เซ็นต์,24 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ 39 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่อายุเก็บเกี่ยว 110 วัน มากที่สุด เท่ากับ 586.00 กิโลกรัมต่อไร่
2. ตำรับทดลองที่ 2 ใส่ปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 อัตรา 500 กก./ไร่ มีค่า TPC คือ 1.612 ±0.054
mg GAE/g dry weight และมีค่า TFC คือ 1.089 ±0.036 mg ECE/g dry weight มากกว่าสารสกัดรากสามสิบที่
ปลูกในตำรับทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้มีค่า IC50 ที่ดีที่สุด คือ 2.279 ±0.135 mg crude
extract/ml reaction ดีกว่าสารสกัดรากสามสิบที่ปลูกในตำรับทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อเสนอแนะ
1. การปลูกรากสามสิบในพื้นที่ดินเค็มจัด ควรใช้กล้าจากการเพาะเมล็ด ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมคือ
ฤดูฝนและทำที่กำบังแดดให้กับกล้าของรากสามสิบ ที่สำคัญต้องรดน้ำ(น้ำไม่เค็ม)ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ข้อมูลพืชสมุนไพรประจำท้องถิ่น และแผนที่การกระจายตัวของพืชสมุนไพรประจำท้องถิ่น ในพื้น
ที่ดินเค็ม จังหวัดนครราชสีมา
2. ได้องค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มคุณภาพพืชสมุนไพร
การเผยแพร่ผลงานวิจัย
แบบรายงานผลการวิจัยฉบับสมบูรณ์ กลุ่มวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3
กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์