Page 95 - แนวทางการลดต้นทุนในการผลิตยางพาราที่ปลูกในพื้นที่เขตความเหมาะสมปานกลาง (S2) จังหวัดตราด
P. 95
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
77
เป็นการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินที่ตรงกับความต้องการของพืชดังเช่นวิธีที่ 2 และ 3 ที่ปริมาณ
ฟอสฟอรัสในดินหลังการทดสอบมีค่าสูงกว่าและเพียงพอกับความต้องการของพืช นอกจากนี้แล้วการ
ที่ฟอสฟอรัสในดินมีค่าลดลงเป็นเพราะหลังการทดสอบค่าความเป็นกรดด่างในดินที่มีค่าลดลงหรือดิน
มีความเป็นกรดมากขึ้นจึงท าให้ฟอสฟอรัสถูกตรึงจากฟอสฟอรัสที่อยู่ในรูปเป็นประโยชน์ (Available
phosphorus; avail.P ) กลายเป็นสารประกอบที่ไม่ละลายน้ าและพืชไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ท า
ให้ผลวิเคราะห์ดินหลังการทดสอบมีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในดินลดลง ส่วนปริมาณ
โพแทสเซียมในดินหลังการทดสอบมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปีในทุกวิธี เพราะในการเพิ่มผลผลิตพืช
ต้องการธาตุโพแทสเซียมเป็นจ านวนมากส าหรับใช้ในกระบวนการสร้างน้ ายางพารา โดยการเก็บ
ผลผลิตน้ ายางพารา 1 ตันนั้น ดินจะสูญเสียธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม 20, 5 และ 25
กิโลกรัม ตามล าดับ ดังนั้นจึงมีการใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมในปริมาณมาก ท าให้มีโพแทสเซียมบางส่วนที่
ตกค้างอยู่ในดินหลังจากที่พืชน าไปใช้ไม่หมด โดยวิธีที่ 1 ที่ไม่ได้ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินมีปริมาณ
โพแทสเซียมในดินสูงกว่าวิธีที่ 2 และ 3 ที่ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าในวิธี
ที่ 1 มีการใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมมากเกินความต้องการของพืช ค่าการน าไฟฟ้าของดินหลังการทดสอบใน
วิธีที่ 3 ที่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี มีค่าเพิ่มขึ้นสูงมากถึง 300 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะขี้เถ้า
กาบมะพร้าวที่ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ในการทดสอบครั้งนี้มีค่าการน าไฟฟ้าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ย
อินทรีย์ พ.ศ. 2548 ดังนั้นในระยะยาวควรปรับใช้วัสดุอินทรีย์ชนิดอื่น หรือปลูกพืชปุ๋ยสดร่วมในสวน
ยาง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชที่มีสาเหตุมาจาก
ดินที่มีค่าการน าไฟฟ้าสูงหรือดินเค็ม
ปริมาณผลผลิตยางพารา พบว่าใน 2 ปีแรกการใส่ปุ๋ยเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ตามค่าวิเคราะห์
ดิน (วิธีที่ 2) ให้ผลผลิตยางพาราเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีสูงที่สุด แต่ในปีสุดท้าย วิธีที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับ
ปุ๋ยอินทรีย์ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 ปี คือการใส่ปุ๋ยเคมี 75เปอร์เซ็นต์ ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 25
เปอร์เซ็นต์ตามค่าวิเคราะห์ดิน (วิธีที่ 3) ให้ผลผลิตยางพาราเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีสูงที่สุด ดังนั้นการใส่
ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ติดต่อกัน 3 ปี สามารถเพิ่มผลผลิตยางพาราได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าการใส่ปุ๋ย
อินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีจะสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตยางพาราให้มากขึ้นได้ แต่ในการลดต้นทุนการ
ผลิตต้องค านึงถึงปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่นต้นทุนจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น
การศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่าในสองปีแรกการใส่ปุ๋ยเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ตามค่า
วิเคราะห์ดิน (วิธีที่ 2) ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ส่วนในปีที่ 3 วิธีที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับ

