Page 69 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 69
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
59
สรุป
จากการศึกษาการใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามส าหรับให้ค าแนะน าปุ๋ยในการปลูกผักใน
พื้นที่โครงการหลวงเป็นการศึกษาเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการก าหนดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีให้
สอดคล้องกับคุณภาพดินและความต้องการธาตุอาหารของพืชผักนั้น พบว่า จากผลการทดลองในปี พ.ศ.
2556 การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 3 คือใส่ปุ๋ยตามค าแนะน าจากคู่มือการปลูกผักบนพื้นที่สูงของมูลนิธิโครงการ
หลวง เป็นต ารับการทดลองที่ให้ผลผลิตผักกาดหวานหลังการตัดแต่งดีที่สุดท าให้มีผลตอบแทนทาง
เศรษฐกิจดีที่สุด ในขณะที่ผลการทดลองในปี พ.ศ. 2557 พบว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 คือประเมินอัตรา
การใส่ปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์ดินตามค าแนะน าของผักกินใบของกรมวิชาการเกษตรเป็นต ารับการทดลองที่มี
แนวโน้มให้ผลผลิตผักกาดหวานหลังการตัดแต่งดีที่สุดท าให้มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีที่สุด เมื่อน าทั้ง
สองต ารับมาเปรียบเทียบกันพบว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 ใช้ปุ๋ยในปริมาณที่น้อยกว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 3
และเมื่อน ามาเปรียบเทียบกับการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 4 ซึ่งเป็นต ารับการทดลองที่ใช้ปุ๋ยน้อยที่สุดพบว่าการ
ให้ผลผลิตหลังการตัดแต่งไม่แตกต่างกันในทางสถิติแต่หากจะน าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 4 มาเป็นแนวทางใน
การแนะน าให้เกษตรกรแล้วยังเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเพราะการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 4 ต้องอาศัยข้อมูลหลายอย่างที่
น ามาประกอบการประเมินอัตราปุ๋ย เช่น ปริมาณความต้องการธาตุอาหารของพืชในแต่ละชนิด
ความสามารถในการปลดปล่อยธาตุอาหารพืชของดินต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังมีการศึกษา
ค่อนข้างน้อยและเป็นการยากที่เกษตรกรจะน าไปปฏิบัติด้วยตนเอง ในขณะที่การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 นั้น
ต้องการข้อมูลที่น ามาประกอบการประเมินอัตราปุ๋ยที่น้อยกว่าและข้อมูลส่วนใหญ่มีการศึกษาวิจัยเอาไว้
แล้ว ดังนั้นการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 จึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการน ามาใช้เป็นแนวทางในการแนะน าการ
ใช้ปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับคุณภาพดินและความต้องการธาตุอาหารของพืช ซึ่งช่วยให้
การใช้ปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากขึ้นท าให้ได้ผลผลิตที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด
สามารถลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดีรวมทั้งเป็นการรักษาทรัพยากรดินไม่ให้เกิดการเสื่อมโทรม ทั้งนี้
การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 ได้น ามาใช้เป็นต ารับการทดลองที่ 2 ในการทดลองปลูกผักกาดหวานในปี พ.ศ.
2558
จากการศึกษาในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งได้ท าการวิเคราะห์ดินด้วยวิธีการในห้องปฏิบัติการควบคู่ไปกับ
การใช้ชุดตรวจสอบดินภาคสนามของกรมพัฒนาที่ดิน (LDD Test Kit) ก่อนที่จะน าผลวิเคราะห์ดินที่ได้ไป
ใช้ในการให้ค าแนะน าอัตราการใส่ปุ๋ยให้กับผักกาดหวาน พบว่า ชุดตรวจสอบดินภาคสนามของกรมพัฒนา
ที่ดิน (LDD Test Kit) สามารถใช้วิเคราะห์ดินได้และให้ค่าวิเคราะห์ ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ปริมาณของ
อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และโปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ ที่มีความแม่นย าในระดับที่น่า
พอใจเพียงพอส าหรับการประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมตามค าแนะน าของกรม
วิชาการเกษตร แต่การวิเคราะห์ค่าอินทรียวัตถุยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เมื่อน าผลวิเคราะห์ที่ได้มาใช้
ในการให้ค าแนะน าการใส่ปุ๋ยเคมีส าหรับการปลูกพืชผักในพื้นที่โครงการหลวง พบว่า ปุ๋ยเคมีที่ใช้ในการ

