Page 71 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 71

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





                                                                                                        61


                                                        ข้อเสนอแนะ

                          1.  จากการน าข้อมูลการปลดปล่อยไนโตรเจนจากอินทรียวัตถุของ Ankermann  and  Large

                   (n.d.) มาใช้ในการทดลองนี้ จะเห็นว่า ปริมาณที่ไนโตรเจนทั้งหมดที่ดูดใช้ของวิธีการให้ปุ๋ยอัตราที่ 1 ซึ่งถือ
                   ว่าเป็นปริมาณไนโตรเจนที่สามารถปลดปล่อยจากอินทรียวัตถุในดิน มีความผันแปรไป ไม่ตรงกับปริมาณที่
                   ประเมินได้จากข้อมูลของ Ankermann and Large (n.d.) ซึ่งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมและการบริหาร

                   จัดการที่ไม่ตรงกัน จึงควรมีการศึกษาถึงการปลดปล่อยไนโตรเจนจากอินทรียวัตถุในดินในสภาพแวดล้อม
                   ต่าง ๆ เพื่อน ามาใช้ในการประเมินอัตราปุ๋ยไนโตรเจนที่ถูกต้องต่อไป
                          2.  การใส่ปุ๋ยของเกษตรกรโดยส่วนใหญ่ จะใช้ปุ๋ยผสมซึ่งมีธาตุอาหารหลักครบ (ไนโตรเจน
                   ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม) และใส่ในปริมาณสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดการสะสมฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมใน

                   ดินในระดับสูงมาก การใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมจึงไม่พบการตอบสนองของผักกาดหวานที่ใช้
                   ทดสอบ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากผักกาดหวานเป็นพืชที่ปลูกในระยะสั้นประมาณ 30 วัน จึงควรมี
                   การศึกษาเพิ่มเติมถึงการเปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์ของดินเมื่อมีการใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง
                          3.  การส่งเสริมให้เกษตรกรมีแนวคิดในการใช้ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม ควรมีการให้ความรู้แก่

                   เกษตรกรในเรื่องการใช้ปุ๋ยและสนับสนุนการเข้าถึงอุปกรณ์ เครื่องมือ ที่เกี่ยวข้องให้กับเกษตรกรได้ใช้ได้
                   ง่ายและมีราคาไม่สูงจนเกินไป

                                                      ประโยชน์ที่ได้รับ


                          1.  จากการศึกษาพบว่าแนวทางที่เหมาะสมในการก าหนดอัตราการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมที่สุดในการ
                   ปลูกพืชผัก คือ การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับความต้องการธาตุอาหารของพืชซึ่งจะช่วยให้ได้
                   ผลผลิตสูงและประหยัดต้นทุนในด้านการใช้ปุ๋ยเคมี

                          2.   ข้อมูลจากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าการวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจดินภาคสนามของกรม
                   พัฒนาที่ดิน (LDD  Test  Kit) ในการให้ค าแนะน าการใส่ปุ๋ยเคมีส าหรับการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง มี
                   ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือส าหรับใช้ประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยส าหรับการปลูกผักได้ในระดับหนึ่ง

                          3.   สามารถน าข้อมูลจากการศึกษาไปถ่ายทอดให้เกษตรกรได้มีความรู้และเข้าใจถึง
                   ความส าคัญของการวิเคราะห์ดินก่อนการเพาะปลูกและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
                          4.   เกษตรกรสามารถน าความรู้ในเรื่องของการวิเคราะห์ดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
                   ไปใช้ในการลดต้นทุนการผลิตด้านการใช้ปุ๋ยเคมี

                          5.   ช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความ
                   ยั่งยืน
   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76