Page 14 - การจัดการดินเพื่อปลูกยางพาราในกลุ่มชุดดินที่ 29 จังหวัดน่าน Soil Management for Rubber Plantation in Soil Group 29, Nan Province
P. 14
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
6
ชุดดินเชียงคาน (Ch) เพื่อสาธิตและทดสอบวิธีการปรับปรุงบํารุงดินในสวนยางพาราต่อการ
เจริญเติบโตของยางพาราเมื่อมีการปรับปรุงดินแตกต่างกัน และเปรียบเทียบผลของการปรับปรุงบํารุง
ดินในพื้นที่สวนยางพาราต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีและกายภาพของดินเมื่อมีการปรับปรุงดิน
ที่แตกต่างกัน โดยดําเนินการในเขตความเหมาะสมสําหรับปลูกยางพารา (Zoning) อยู่ในระดับความ
เหมาะสม S1 มี 4 วิธีการ ประกอบด้วย วิธีการที่ 1 ไม่มีการปรับปรุงดิน วิธีการที่ 2 ปลูกปอเทือง
ระหว่างแถวยางพารา วิธีการที่ 3 ปลูกหญ้าแฝกระหว่างแถวยางพารา และวิธีการที่ 4 ใช้ปุ๋ยหมัก
จากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ระหว่างแถวยางพารา ผลการทดสอบพบว่า การปรับปรุงดินด้วยการใช้
หญ้าแฝก ปอเทือง และปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 มีผลทําให้การเจริญเติบโตทางด้าน
ความสูงและขนาดของลําต้นสูงกว่ายางพาราที่ไม่ได้รับการปรับปรุงดิน โดยการปรับปรุงดินในสวน
ยางพาราด้วยการใช้หญ้าแฝกมีแนวโน้มทําให้อัตราการเจริญเติบโตของยางพาราสูงที่สุด สําหรับการ
เปลี่ยนแปลงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน พบว่า สมบัติทางกายภาพของดินในสวนยางพารา
วิธีการใช้หญ้าแฝกมีผลทําให้ความหนาแน่นรวมเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมากกว่าวิธีการอื่นๆ และสมบัติทาง
เคมีของดดิน พบว่าการใช้หญ้าแฝก ปอเทือง และปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 มีผลทําให้ pH
ของดินเป็นกรดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัส และปริมาณโพแทสเซียมที่
เป็นประโยชน์มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับแปลงยางพาราที่ไม่มีการ
ปรับปรุงดิน โดยวิธีการใช้ปอเทืองมีผลทําให้ปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเพิ่มขึ้นมากที่สุด
(เรืองรอง, 2556)
การทดสอบเทคโนโลยีการผลิตยางพาราที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนโดยดําเนินการ
ในพื้นที่สวนยางพาราของเกษตรกรจังหวัดพะเยา น่าน และเชียงใหม่ ระหว่างปี 2554-2556 เพื่อหา
แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสําหรับยางพาราทั้งช่วงก่อนเปิดกรีด และหลังเปิดกรีด โดยศึกษา
การจัดการปุ๋ยยางพาราของเกษตรกร เก็บตัวอย่างดิน วิเคราะห์สมบัติทางเคมี นําไปประเมินระดับ
ธาตุอาหารและทดสอบการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินด้วยการผสมปุ๋ยเคมีใช้เองตามอัตราคําแนะนํา
ของสถาบันวิจัยยางพารา เปรียบเทียบกับการใส่ปุ๋ยตามวิธีการของเกษตรกร จากผลการดําเนินงาน
ในการทดสอบที่ 1 ทดสอบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราก่อนการเปิดกรีด พบว่า
การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินทําให้ยางพารามีการเจริญเติบโต โดยการวัดจากเส้นรอบวงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย
7.44 เซนติเมตรต่อปี มากกว่าการใส่ปุ๋ยตามกรรมวิธีของเกษตรกรร้อยละ 1.8 และลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้
ร้อยละ 16.2 และในการทดสอบที่ 2 ทดสอบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราหลัง
การเปิดกรีด พบว่า การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจะให้ผลผลิตยางสูงกว่าการใส่ปุ๋ยตามวิธีการ
เกษตรกร ทําให้เกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.27 (วิลาสลักษณ์, 2556)
เขตปลูกยางพาราใหม่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 29 ชุดดินบ้านจ้อง (Ban Chong
Series : Bg) กลุ่มชุดดินนี้ เป็นดินลึกมาก มีลักษณะดินเป็นดินร่วนปนดินเหนียว เกิดจากการผุพังของ
หินตะกอนเนื้อละเอียดและหินที่แปรสภาพ เช่น หินดินดานหินทรายแป้ง หินโคลน หินชนวน
หินฟิลไลท์ เป็นต้น บริเวณพื้นที่ภูเขา และรวมถึงที่เกิดจากวัสดุดินหรือหินที่เคลื่อนย้ายมาเป็น
ระยะทางใกล้ๆ โดยแรงโน้มถ่วง บริเวณเชิงเขา หรือเกิดจากตะกอนดินที่ถูกน้ําพาบริเวณเนินตะกอน
รูปพัด เนื้อดินเป็น สีน้ําตาลเข้มถึงสีน้ําตาล มีการระบายน้ําดี การซึมผ่านได้ของน้ําอยู่ระดับปานกลาง

