Page 13 - การจัดการดินเพื่อปลูกยางพาราในกลุ่มชุดดินที่ 29 จังหวัดน่าน Soil Management for Rubber Plantation in Soil Group 29, Nan Province
P. 13
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
5
ทํารายได้แก่ประเทศ คิดเป็นมูลค่า 678,942 ล้านบาท ผลผลิตเฉลี่ย 276 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี
(สถาบันวิจัยยาง, 2556) ด้วยความต้องการใช้ยางพาราที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคายางพาราที่มี
แนวโน้มสูงขึ้น ทําให้เกษตรกรให้ความสนใจปลูกยางพาราเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูก
ยางพาราไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือของประเทศ
เนื่องจากการให้ผลผลิตของต้นยางพาราไม่ว่าผลผลิตน้ํายางหรือเนื้อไม้ ขึ้นอยู่กับปัจจัย
3 ประการ คือ ความเหมาะสมต่อการปลูกยางพาราต้องเป็นพื้นที่ราบ ความลาดชันไม่เกิน 15 องศา
มีความสูงจากระดับน้ําทะเลไม่เกิน 200 เมตร หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร การระบายน้ําดี
นอกจากนี้ ในพื้นที่ปลูกยางพาราต้องมีปริมาณน้ําฝน ไม่ต่ํากว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปี การกระจายตัว
ของฝนดี มีจํานวนวันฝนตก 120-125 วัน และช่วงแล้งต้องไม่เกิน 4 เดือน (สถาบันวิจัยยาง, 2553)
ดังนั้น การขยายพื้นที่ปลูกยางพาราไปยังแหล่งปลูกยางพาราใหม่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ
ภาคเหนือ จึงมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออํานวยต่อการปลูกยางพารา เช่น การขาดความชื้น อุณหภูมิต่ํา
ลมแรง ประกอบกับสภาพพื้นที่ที่เป็นที่สูง ลาดชัน ความลึกของดิน โครงสร้างเนื้อดิน การระบายน้ํา
และสมบัติทางเคมีของดินต่ํา เพราะฉะนั้น ในการปลูกยางพารานอกจากการพิจารณาเลือกพันธุ์
ยางพารา และการจัดการสวนยางพาราที่ถูกต้องแล้ว ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่สําหรับ
ปลูกยางพาราด้วย
ในปัจจุบันพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีการขยายพื้นที่การปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่
จังหวัดน่าน เกษตรกรหันมาให้ความสนใจการปลูกยางพารากันเพิ่มมากขึ้น ในปี 2558 จังหวัดน่าน
มีพื้นที่ปลูกยางพารา 73,241 ไร่ ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ปลูกยางพารามาก เป็นอันดับที่ 11 ของประเทศ
(สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2558) จากข้อมูลการจัดทําเขตความเหมาะสมการใช้ที่ดินสําหรับ
การปลูกยางพารา (Zoning) ของจังหวัดน่าน พบว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่ความเหมาะสมสูง (S1)
สําหรับปลูกยางพาราทั้งหมด 2,395 ไร่ พื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) ทั้งหมด 31,592 ไร่ พื้นที่
ความเหมาะสมต่อการปลูกยางพาราดังกล่าว ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณอําเภอเมืองและอําเภอภูเพียง
จังหวัดน่าน สําหรับเขตความเหมาะสมสูง (S1) สําหรับปลูกยางพาราของตําบลน้ําแก่น อําเภอภูเพียง
จังหวัดน่าน มีพื้นที่ทั้งหมด 73 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) มีพื้นที่ 4,522 ไร่
ด้วยปัจจัยข้อจํากัดด้านสภาพพื้นที่ และสภาพแวดล้อม ทําให้ยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือ
ส่วนใหญ่ รวมถึงจังหวัดน่าน มีอัตราการเจริญเติบโตของต้นยางพาราช้ากว่าในพื้นที่ปลูกยางพาราเดิม
ทางภาคใต้ ทําให้การเปิดกรีดช้าและผลผลิตยางพาราในแปลงเกษตรกรได้เพียงร้อยละ 67
ของผลผลิตทางวิชาการ (สถาบันวิจัยยาง, 2553) นอกจากนี้พบว่าความเครียดจากความชื้นในดิน
มีผลต่อองค์ประกอบของผลผลิตของยางพาราอย่างมีนัยสําคัญ เช่น อัตราการไหล ดัชนี
การปลดปล่อยน้ํายาง (plugging index) และปริมาณยางแห้ง ความชื้นที่สามารถนํามาใช้ประโยชน์
ได้ในดินและความต้านทานรากภายใต้สภาพแห้งแล้งเป็นเวลานาน แรงดันเต่งจะถูกขัดขวางโดย
กฎเกณฑ์ออสโมซิส การขาดน้ํามีผลกระทบต่อปริมาณการคายน้ําของยางพารา และมีผลกระทบต่อ
การเจริญเติบโตทางด้านลําต้นและใบ ทําให้การเจริญทางด้านลําต้นและใบลดลง (ธิดา, 2544)
การสาธิตทดสอบการปรับปรุงบํารุงดินในสวนยางพาราในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน
ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ตําบลภูซาง อําเภอภูซาง จังหวัดพะเยา กลุ่มชุดดินที่ 46

