Page 67 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 67

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                         ถั่วทั งสองสายพันธุ์ ให้การตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูปลูก โดยปลูกในฤดูร้อนให้ผลผลิต
                  น้อยกว่า แต่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในช่วงฤดูร้อนสูงกว่าในช่วงฤดูฝนในทุกวิธีการให้ปุ๋ย เนื่องจากในช่วงฤดู

                  ร้อนนั น ราคาผลผลิตต่อหน่วยสูงถึง 34 บาทต่อกิโลกรัม ท าให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงกว่าในฤดูฝน แม้

                  ผลผลิตจะน้อยกว่าฤดูฝนก็ตาม จากผลการศึกษาด้านเศรษฐกิจ พบว่า การใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับน  าหมักชีวภาพ
                  หรือการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราครึ่งหนึ่งร่วมกับการใช้ปุ๋ยหมักจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด แสดงให้เห็นว่าปริมาณธาตุ

                  อาหารที่ถั่วต้องการมีเพียงพอในปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก อย่างไรก็ตาม ปริมาณธาตุอาหารที่พบในปุ๋ยคอกและปุ๋ย
                  หมักแต่ละชนิดก็ยังมีปริมาณธาตุอาหารที่แตกต่างกันด้วย

                         จากผลการทดลอง พบว่า ส าหรับการปลูกถั่วทั งสองพันธุ์ เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตด้วยการ

                  ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถท าให้ได้ผลผลิตใกล้เคียงกับการใช้ปุ๋ยเคมี แต่ผลการตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยของ
                  ถั่วฝักยาวพันธุ์บางพระ 2 จะให้ผลผลิตที่สูงกว่าพันธุ์เบอร์ 12 และปุ๋ยอินทรีย์ยังสามารถช่วยเรื่องโครงสร้าง

                  และระบบนิเวศน์ของดินให้ดีขึ น เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรดินให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน


                  สรุปผลการทดลอง

                         1. เมื่อเปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดินก่อนและหลังการทดลอง พบว่า วิธีการใส่
                  ปุ๋ยอินทรีย์จะท าให้ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเพิ่มขึ น และสูงกว่าวิธีการที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ซึ่ง

                  มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างลดต่ าลง  และมีผลออกมาในทิศทางเดียวกันกับปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ปริมาณ

                  ฟอสฟอรัสและปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ โดยวิธีการที่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์จะมีธาตุอาหารตกค้าง
                  เหลืออยู่ในดินสูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว อาจเนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์จะค่อยๆ ย่อยสลายและปลดปล่อย

                  ธาตุอาหารออกมา ส่วนปุ๋ยเคมีพืชสามารถดูดใช้ได้ทันที และอาจสูญเสียไปจากดินได้ง่าย และไม่พบอิทธิพล
                  ของสายพันธุ์ต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติของดิน

                         2. การเจริญเติบโตของถั่วฝักยาว 2 สายพันธุ์ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติทั งจากอิทธิพลของสาย

                  พันธุ์และวิธีการใส่ปุ๋ย  ส่วนด้านผลผลิตทั งในฤดูร้อนและฤดูฝน พบว่า สายพันธุ์บางพระ 2 (M2) มีแนวโน้มให้
                  ผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์เบอร์ 12 (M1) โดยการปลูกในฤดูร้อนด้วยวิธีการใส่ปุ๋ยหมัก (พด.1) 2 ตันต่อไร่ ร่วมกับ

                  น  าหมักชีวภาพ (S3)  มีแนวโน้มให้จ านวนฝักจ าหน่ายได้และน  าหนักผลผลิตมากที่สุด  ส่วนการปลูกในฤดูฝน
                  ด้วยวิธีการใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของอัตราปกติ ร่วมกับการใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 1 ตันต่อไร่ (S5)  มี

                  แนวโน้มให้น  าหนักผลผลิตมากที่สุด

                         3. ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจทั งในฤดูร้อนและฤดูฝน พบว่า สายพันธุ์บางพระ 2 (M2) ให้ผลตอบแทน
                  เหนือต้นทุนผันแปรสูงกว่าสายพันธุ์เบอร์ 12 (M1) ในทุกวิธีการ  โดยเมื่อปลูกถั่วฝักยาวสายพันธุ์บางพระ 2 ใน

                  ฤดูร้อนพบว่าวิธีการใช้ปุ๋ยหมักในอัตรา 2 ตันต่อไร่ ร่วมกับการใช้น  าหมักชีวภาพ (S3) ให้ผลตอบแทนเหนือ

                  ต้นทุนผันแปรสูงที่สุด คือ 57,514 บาทต่อไร่ ส่วนการปลูกในฤดูฝน พบว่า วิธีการที่ให้ผลตอบแทนเหนือต้นทุน
                  ผันแปรสูงที่สุด คือ วิธีการที่ใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของอัตราปกติ ร่วมกับการใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 1 ตัน

                  ต่อไร่ (S5) จะเห็นได้ว่าการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับน  าหมักชีวภาพ หรือการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราครึ่งหนึ่งร่วมกับการใช้

                  ปุ๋ยหมักจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด
                  เอกสารอ้างอิง

                                                              45
   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72