Page 59 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 59
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
ผลของปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมีและน าหมักชีวภาพต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วฝักยาวสายพันธุ์
เบอร์ 12 และสายพันธุ์บางพระ 2 บนชุดดินมาบบอนที่มีธาตุเป็นด่างสูงและเป็นดินร่วนหยาบ
จังหวัดชลบุรี
Effects of Organic and Chemical Fertilizers and Bioextract on Growth and Yield of
Yardlong Bean Number 12 and Bangpra 2 Lines on Mabbon Soil Series, high base
and coarse loamy variant, Chonburi Province
จรรจิรา เจริญทวีชัย และปราโมทย์ พรสุริยา 2
1
2
1
Chanjira Charoenthaweeshai and Pramote Pornsuriya
1 ส านักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 กรมพัฒนาที่ดิน
1 Land Development Regional Office 2, Land Development Department,
Chonburi Province
2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ชลบุรี
2 Rajamangala University of Technology Chonburi
บทคัดย่อ
การศึกษาผลของปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี และน าหมักชีวภาพ ต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วฝักยาว
สายพันธุ์เบอร์ 12 และสายพันธุ์บางพระ 2 บนชุดดินมาบบอนที่มีธาตุเป็นด่างสูงและเป็นดินร่วนหยาบจังหวัด
ชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดิน ผลของปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี และน าหมัก
ชีวภาพ ที่มีต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของถั่วฝักยาว 2 สายพันธุ์ (2 ฤดูปลูก) บนชุดดินมาบบอนที่มีธาตุ
เป็นด่างสูง เนื อดินร่วนหยาบและศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ โดยวางแผนการทดลองแบบ Split plot in
randomized complete block design จ านวน 3 ซ า แปลงทดลองขนาด 1x5 เมตร สิ่งทดลองประกอบด้วย
ปัจจัยหลักคือพันธุ์ถั่วฝักยาว ได้แก่ M1: สายพันธุ์เบอร์ 12 M2: สายพันธุ์บางพระ ปัจจัยรองคือ การใช้ปุ๋ย
อินทรีย์ น าหมักชีวภาพ และปุ๋ยเคมี รวม 6 วิธีการ ได้แก่ S1: ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่
ร่วมกับสูตร 46-0-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ (อัตราปกติ) S2: ปุ๋ยหมัก (พด.1) อัตรา 2 ตันต่อไร่ S3: ปุ๋ยหมัก
(พด.1) อัตรา 2 ตันต่อไร่ร่วมกับน าหมักชีวภาพ (น าหมัก 40 มิลลิลิตรต่อน า 20 ลิตรต่อแปลง
รดลงดินทุกๆ 10 วัน) S4: ปุ๋ยคอก (มูลวัว) อัตรา 2 ตันต่อไร่ S5: ปุ๋ยเคมีอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของอัตราปกติ
ร่วมกับปุ๋ยหมัก (พด.1) อัตรา 1 ตันต่อไร่ และ S6: ปุ๋ยเคมีอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของอัตราปกติร่วมกับปุ๋ยคอก
(มูลวัว) อัตรา 1 ตันต่อไร่ ผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของดินจากอิทธิพลของสิ่งทดลอง พบว่า
วิธีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ท าให้ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเพิ่มขึ นเมื่อเปรียบเทียบกับดินก่อนการทดลอง และสูง
กว่าวิธีการที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างลดต่ าลง เนื่องจากอิทธิพลของกรดที่
ตกค้างจากปุ๋ยเคมีไนโตรเจนในรูปของแอมโมเนียมไนโตรเจน และมีผลออกมาในทิศทางเดียวกันกับปริมาณ
อินทรียวัตถุในดิน ปริมาณฟอสฟอรัส และปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ โดยวิธีการที่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์
มีธาตุอาหารตกค้างเหลืออยู่ในดินสูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว อาจเนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์จะค่อยๆ ย่อย
สลายและปลดปล่อยธาตุอาหารออกมา ส่วนปุ๋ยเคมีพืชสามารถดูดใช้ได้ทันที และอาจสูญเสียไปจากดินได้ง่าย
37

