Page 41 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 41

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  เท่ากับ 2.64 เปอร์เซ็นต์ (ตารางที่ 5) เป็นท านองเดียวกับ สุวัฒน์ และคณะ (2553) ที่พบว่า ดินที่ปลูกพืช
                  ตระกูลถั่วแซมในแปลงยางพารามีอินทรียวัตถุและปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้น และลดความเป็นกรดของดินใน

                  สวนยางพาราได้ นอกจากนี้ยังท าให้การเจริญเติบโตของต้นยางพาราทั้งด้านความสูงและเส้นผ่านศูนย์กลาง

                  เพิ่มมากขึ้นกว่าแปลงที่ปลูกยางพาราอย่างเดียว ซึ่งใกล้เคียงกับการทดลองของ กิริยาและคณะ (2552) ที่รายงาน
                  ว่า การปลูกพืชตระกูลถั่วอาหารสัตว์ ได้แก่ ถั่วคาวาเขต ถั่วเวอราโน ถั่วไมยรา ถั่วท่าพระสไตโล เปรียบเทียบ

                  กับแปลงที่ไม่ได้ปลูกพืชอาหารสัตว์ พบว่า ที่ปลูกพืชตระกูลถั่วอาหารสัตว์มีผลท าให้ ค่า pH ของดินเพิ่มขึ้น
                  และระดับอินทรียวัตถุในดินเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนการทดลองปริมาณอินทรียวัตถุมีเพียง 0.82 เปอร์เซ็นต์

                  และเมื่อสิ้นสุดการทดลองปริมาณอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้นเป็น 0.99-1.21 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่แตกต่างทางสถิติ ทั้งนี้

                  แปลงที่ปลูกถั่วท่าพระสไตโล มีแนวโน้มท าให้ค่าโพแทสเซียมสูงกว่าแปลงอื่นๆ
                         ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ พบว่า เมื่อมีการปลูกพืชตระกูลหญ้าอาหารสัตว์แซมในสวน

                  ยางพาราท าให้ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ลดลงในช่วงปีที่ 1 ทุกต ารับการทดลองมีปริมาณฟอสฟอรัสที่

                  เป็นประโยชน์ลดลง ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.28 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ในปีที่ 3 และ 4 พบว่า แปลงที่มีการ
                  ปลูกแซมด้วยถั่วลิสงเถา มีแนวโน้มท าให้ค่าของฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ 3

                  และ 4 มีค่าเท่ากับ 7.70 และ 9.73 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามล าดับและไม่แตกต่างทางสถิติกับการปลูกแซม

                  ด้วยถั่วท่าพระสไตโล ที่มีค่าปริมาณฟอสฟอรัสในดินในปีที่ 4 เท่ากับ 9.57 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทั้งนี้จะ
                  แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยส าคัญยิ่งกับการทดลองอื่นและเป็นที่น่าสังเกตว่าการปลูกถั่วมะแฮะแซมต้น

                  ยางพารา มีผลท าให้ปริมาณฟอสฟอรัสในดินมีแนวโน้มลดลงอย่าง (ตารางที่ 6) ส่วนโพแทสเซียมที่เป็น
                  ประโยชน์ พบว่า การปลูกพืชตระกูลถั่วอาหารสัตว์แซมต้นยางพารา มีแนวโน้มท าให้ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็น

                  ประโยชน์เพิ่มขึ้นทุกปี และพบว่า ทุกต ารับการทดลองไม่มีความแตกต่างทางสถิติ ซึ่งในปีที่ 4 มีปริมาณ
                  ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์เฉลี่ย เท่ากับ 776.50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ตารางที่ 7)
























                                                              20
   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46