Page 289 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 289
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
การเปลี่ยนแปลงของดินจากการจัดการดินต่อผลผลิตปาล์มน้ํามันในพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนังที่ผ่านการเลี้ยง
กุ้งกุลาดํา
แฉล้ม พริ้มจรัส จินดาภรณ์ เพ็ชรศิริ และ สุรเชษฐ เรืองศรี
สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 11 กรมพัฒนาที่ดิน
บทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงของดินจากการจัดการดินต่อผลผลิตปาล์มน้ํามันในพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนังที่ผ่าน
การเลี้ยงกุ้งกุลาดํา ดําเนินการในพื้นที่อําเภอปากพนัง และอําเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งแต่ละ
พื้นที่แบ่งวิธีการทดลองเป็น 3 วิธีการย่อย โดยกําหนดเกษตรกรเป็นวิธีการ เปรียบเทียบการจัดการดินของ
เกษตรกรกับวิธีการตามค่าวิเคราะห์ดินในพื้นที่เดียวกัน พบว่าปฏิกิริยาดินของทั้ง 2 พื้นที่ดําเนินการอยู่
ระดับกลาง ยกเว้นวิธีการที่ 3 ของพื้นที่อําเภอปากพนัง อยู่ระดับกรดจัด หลังสิ้นสุดการทดลองทั้งวิธีการตาม
ค่าวิเคราะห์ดินและวิธีการของเกษตรกรไม่แตกต่างกัน ค่าการนําไฟฟ้าของสารละลายดินที่อิ่มตัวด้วยน้ํา (ECe)
วิธีการในพื้นที่อําเภอปากพนัง ก่อนดําเนินการวัดได้ 2.17-3.88 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับเค็มเล็กน้อย หลัง
สิ้นสุด การทดลอง วิธีการตามค่าวิเคราะห์ดินวัดได้ 1.8-2.51 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับเค็มเล็กน้อย ส่วน
วิธีการของเกษตรกรวัดได้ 2.24-2.75 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับเค็มเล็กน้อยเช่นกัน แต่ค่าสูงกว่าวิธีการตาม
ค่าวิเคราะห์ดิน ส่วนวิธีการในพื้นที่อําเภอเชียรใหญ่ ก่อนดําเนินการวัดได้ 5.23-5.47 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่
ระดับปานกลาง ยกเว้นวิธีการที่ 3 วัดได้ 2.96 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับเค็มเล็กน้อย หลังสิ้นสุดการทดลอง
วิธีการตามค่าวิเคราะห์ดิน วัดได้ 4.02–5.53 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับเค็มปานกลาง ยกเว้นวิธีการที่ 3 วัดได้
1.29 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับปกติ ส่วนวิธีการของเกษตรกร วัดได้ 3.02-5.57 เดซิซีเมนต่อเมตร อยู่ระดับ
เค็มเล็กน้อยถึงเค็มปานกลาง เปอร์เซ็นต์โซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้ (ESP) ก่อนดําเนินการในพื้นที่อําเภอปากพนัง
มีค่าต่ํากว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นวิธีการที่ 3 สูงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์เล็กน้อย ฉะนั้น วิธีการที่ 3 ใช้การจัดการ
ดินเค็มโดยการล้างดิน และปรับปรุงดินเพื่อกําจัดเกลือส่วนเกินออกจากดินบริเวณรากพืชตามค่าวิเคราะห์ดิน
ส่วนวิธีการในพื้นที่อําเภอเชียรใหญ่ ก่อนดําเนินการ มีค่าสูงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นวิธีการที่ 3 จึงจัดการ
ดินเค็มโดยวิธีการที่ 1 ใส่ยิปซัมเพื่อปรับสภาพความเค็มของดิน อัตรา 1.45 ตันต่อไร่ ส่วนวิธีการที่ 2 ใส่ยิปซัม
อัตรา 2.05 ตันต่อไร่ ทั้ง 2 วิธีการใช้น้ําจืดล้างดินเพื่อละลายเกลือออกจากพื้นที่ตามค่าวิเคราะห์ดิน หลัง
ดําเนินการ สูงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เนื่องจากน้ําจืดมีไม่เพียงพอใน การล้างดิน ยกเว้นวิธีการที่ 3 ต่ํากว่า
15 เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตปาล์มน้ํามัน ตามวิธีการในพื้นที่อําเภอปากพนัง ผลผลิตปาล์มน้ํามันสูงสุดได้แก่วิธีการที่
2 ตามค่าวิเคราะห์ดิน เฉลี่ย 3.55 ตันต่อไร่ต่อปี วิธีการของเกษตรกร น้ําหนักเฉลี่ย 2.81 ตันต่อไร่ต่อปี
เนื่องจากวิธีการตามค่าวิเคราะห์ดินใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับ ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 4 ตันต่อไร่
เพื่อปรับปรุงบํารุงดิน และเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ซึ่งเดิมปริมาณอินทรียวัตถุมีค่าต่ํา แต่ทั้ง 3 วิธีการมี
ปริมาณเปอร์เซ็นต์โซเดียมไม่เกิน 15 จึงไม่จําเป็นต้องใส่ยิปซัมเพื่อปรับสภาพความเค็มของดินและโครงสร้าง
ดิน ใช้เพียงปุ๋ยอินทรีย์กับการให้น้ํา ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินเหมาะสมแล้ว ส่วนพื้นที่อําเภอ
เชียรใหญ่ผลผลิตปาล์มน้ํามันสูงสุดได้แก่วิธีการที่ 3 ตามค่าวิเคราะห์ดิน เฉลี่ย 4.11 ตันต่อไร่ต่อปี ส่วนวิธีการ
ของเกษตรกรเฉลี่ย 3.50 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งวิธีการนี้ค่าเปอร์เซ็นต์ของโซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้ (ESP) น้อยกว่า
15 ซึ่งเป็นดินปกติ จึงปรับปรุงบํารุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ และใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พร้อมให้น้ํา ส่วนวิธีการที่
1 และ 2 ผลผลิตตกต่ํา ฉะนั้นต้องใส่ยิปซัมเพื่อปรับสภาพความเค็มของดินให้เหมาะสมก่อนใส่ปุ๋ย
258

