Page 63 - การปลูกชะอมในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
P. 63
49
(2) ต้องทราบข้อมูลพื้นฐานภายในฟาร์มของตัวเองเป็นอย่างดี ข้อมูล
ดังกล่าว ได้แก่ ข้อมูลทางด้านลักษณะพื้นที่ ดิน แหล่งน้ า ซึ่งนับว่ามีความส าคัญ จะสามารถช่วยใน
การวางแผนภายในฟาร์มได้อย่างถูกต้อง
(3) ต้องมีความรู้และประสบการณ์ในด้านเทคโนโลยีการผลิตพืชหลาย
ชนิด เช่น ข้าว พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ การปศุสัตว์ และการประมง ถ้า
ขาดความรู้ในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง จ าเป็นต้องไปขวนขวาย หาความรู้ โดยการไปศึกษาดูงาน
รวมทั้งเข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่สามารถให้ความรู้นั้นได้
(4) ต้องมีทุนเริ่มต้นและทุนหมุนเวียนภายในฟาร์มพอสมควร ซึ่งการมีทุน
ส ารองไว้จะสามารถให้การวางแผนด าเนิน กิจกรรมที่ผสมผสานกันเป็นไปอย่างเหมาะสม
(5) ต้องเป็นผู้มีความมานะอดทน ขยันขันแข็ง และมีแรงงานที่พอเพียง
เหมาะสมกับกิจกรรมภายในฟาร์ม ทั้งนี้เพราะ การท าการเกษตรจะเห็นผลส าเร็จได้ต้องใช้เวลาและ
ประสบการณ์ในการแก้ปัญหา ซึ่งจะมีอยู่ตลอดเวลา และสามารถ ปรับเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา
เพื่อให้แก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์
2) ด้านการจัดการ เกษตรกรผู้ที่ด าเนินการระบบเกษตรผสมผสานจะประสบ
ความส าเร็จได้ ควรจะต้องมีการจัดการที่เหมาะสมในด้านต่างๆ ดังนี้
(1) เป็นผู้มีความสามารถจัดการวางแผนการใช้แหล่งน้ าที่มีอยู่ในการผลิต
พืชชนิดต่าง ๆ การเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจ การปศุสัตว์ และการประมง ได้เหมาะสมสอดคล้องกับ
สภาพพื้นที่ ดิน ทุน แรงงาน รวมทั้งการตลาด ซึ่งจะท าให้เกษตรกรมีรายได้อย่างเพียงพอ อัน
ประกอบด้วย รายได้ประจ าวัน ประจ าสัปดาห์ ประจ าเดือน และรายได้ประจ าฤดูกาล ในการนี้
เกษตรกรควรจะมีการจัดการท าบัญชีฟาร์ม เพื่อแสดงรายรับรายจ่ายภายในฟาร์ม
(2) เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ จัดการเทคโนโลยีส าหรับการผลิตพืช
ชนิดต่าง ๆ การเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจ การปศุสัตว์ และการประมงได้เหมาะสม มีการหมุนเวียนน า
สิ่งเหลือใช้ภายในฟาร์มมาใช้ประโยชน์ที่ก่อให้เกิดการสนับสนุนเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดย
จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ลดการใช้สารเคมีในการป้องกันก าจัดศัตรูพืช อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผลิตผลที่ปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งจะน าไปสู่ระบบการเกษตร
ที่ยั่งยืน
3.4.2 ประโยชน์ที่ได้รับจากการเกษตรผสมผสาน
ระบบเกษตรผสมผสานเป็นรูปแบบหนึ่งของระบบเกษตรกรรมที่มีกิจกรรมตั้งแต่ 2
กิจกรรมขึ้นไปในพื้นที่เดียวกัน และกิจกรรมเหล่านี้จะมีการเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกันไม่ทางใดก็
ทางหนึ่ง ดังนั้น จึงเป็นระบบที่น าไปสู่การเกษตรแบบยั่งยืน (Sustainable agriculture) จึงก่อให้เกิด
ผลดีและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2550)

