Page 61 - การปลูกชะอมในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
P. 61

47



                     ท าให้มะพร้าวไม่สามารถน าไปใช้ ประโยชน์ได้การปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดินโดยทั่วไป
                     สภาพดินมีการเปลี่ยน แปลง เนื่องจากการใส่ปุ๋ยเคมีติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานานหลายปี   เกิด

                     การเปลี่ยน แปลงทางโครงสร้างของดิน เช่นดินจับแข็งกันเป็นก้อนซึ่งเกิดจากการตรึงธาตุอาหารบาง

                     ชนิดที่จ าเป็นต่อพืชการไถพรวนดินที่ผิดวิธีที่ก่อให้เกิดการชะล้างของผิวดินการปลูกพืชชนิด เดียวกัน

                     เป็นเวลาติดต่อกันหลายปีท าให้เนื้อดินเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธี การปรับสภาพความเป็นกรด

                     ด่างของดินกระท าได้โดยใส่ปูนขาว ปูนมาร์ลหรือแร่โดโลไมท์ อัตรา 200 ถึง 300 กิโลกรัมต่อไร่
                                            หลังจากหว่านหรือใส่ปูนแล้วจะต้องรดน้ าตามด้วยค่าความเป็นกรดเป็น

                     ด่างของดิน ค่าความเป็นกรดด่างของดิน หรือค่าความเป็นกรดเป็นด่างจะบอกค่าตัวเลขตั้งแต่ 0-14

                     หากดินมีค่าค่าความเป็นกรดเป็นด่างน้อยกว่า 7 ดินนั้นจะเป็นดินกรด  ยิ่งน้อยกว่า 7 มากก็จะเป็น

                     กรดมาก ถ้าดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างมากกว่า 7  จะเป็นดินด่างแต่ปกติแล้วค่าความเป็นกรด
                     เป็นด่างของดินโดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 8 หากดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเท่ากับ 7 แสดงว่า

                     เป็นกลางความเป็นกรดเป็นด่างของดินจะเป็นตัวควบคุมการละลายหรือการ ตรึงธาตุอาหารในดิน

                     ออกมาอยู่ในรูปสารละลายในดินเพื่อให้พืชน าไปใช้ประโยชน์ ได้ ช่วงค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 6.2

                     ถึง 6.8  เป็นช่วงที่ธาตุอาหารทั้งหมดที่จ าเป็นแก่พืชจะถูกน าไปใช้ประโยชน์ได้ มากที่สุด ค่าความ
                     เป็นกรดเป็นด่างสูง กว่า  6.8  อาจท าให้พืชแสดงอาการขาดธาตุ ฟอสฟอรัสและธาตุเสริม เช่น เหล็ก

                     (Iron;  Fe),  แมงกานีส (Manganese;  Mn),สังกะสี (Zinc;  Zn),ทองแดง (Cupper;  Cu),  และโบรอน

                     (Boron; Bo) หากค่าความเป็นกรดเป็นด่างต่ ากว่า 5.3 อาจท าให้พืชแสดงอาการขาดธาตุแคลเซียม

                     (Calsium;  Ca),  แมกนีเซียม(Magnesium;  Mn),  ก ามะถัน (Sulphur;  S)  และโมลิบดินัม

                     (Molybdenum;  Mo)  ได้ หรือพืชจะแสดงอาการเป็นพิษจากแมงกานีส  มากเกินไปแต่พืชบางชนิด
                     อาจเจริญได้ดีที่เป็นกรด หรือเป็นด่าง มากกว่านี้ค่าความเป็นกรดเป็นด่างสามารถวัดได้โดยใช้

                     เครื่องมือวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH meter)

                                   2) ประโยชน์ของแร่โดโลไมท์ต่อการเกษตร

                                            (1)  ให้ธาตุอาหารหลักแก่พืช เพราะแร่โดโลไมท์ ที่เราขุดพบนั้นมี
                     ส่วนประกอบของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม

                                            (2)  ให้ธาตุอาหารรองแก่พืช นอกจากจะมีธาตุอาหารหลักแล้ว จากการ

                     ส่งตรวจวิเคราะห์ยังพบธาตุอาหารรอง ได้แก่ ธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ก ามะถัน รวมทั้งธาตุอาหาร

                     เสริมที่จ าเป็นแก่พืช อาทิ เหล็ก แมงกานิส ทองแดง และสังกะสีอีกด้วย
                                            (3)  ปรับปรุงบ ารุงดินให้ร่วนซุย เนื่องจากโดโลไมท์เป็นแร่ที่มีลักษณะ

                     พรุน ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก   ท าให้จุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืชท างานได้เต็ม

                     ประสิทธิภาพ พืชผลก็จะได้คุณภาพที่ดี
   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65   66