Page 50 - การปลูกชะอมในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
P. 50
36
6) การพิจารณาสารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่สมบูรณ์แล้ว
(1) การเจริญของจุลินทรีย์ลดลง
(2) กลิ่นแอลกอฮอล์ลดลง
(3) กลิ่นเปรี้ยวเพิ่มสูงขึ้น
(4) ไม่ปรากฏฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(5) ความเป็นกรดเป็นด่างของสารป้องกันแมลงศัตรูพืชมีค่าความเป็น
กรดเป็นด่างต่ ากว่า 4
7) คุณสมบัติของสารป้องกันแมลงศัตรูพืช
(1) มีสารออกฤทธิ์ที่สกัดได้จากสมุนไพรชนิดต่าง ๆเช่น สารอะซาดิ
แรคติน เอ(Azadirachtin A), สารโรติโนน (Rotenone), สารไพนีน (Pinene), สารเนฟธา (Neptha),
สารกลุ่มควิโนน (Quinone), สารกลุ่มเจอรานอยด์และซิโตรเนลลาล (Geraniol and citronellal),
สารกลุ่มลิโมนีน (Limonene) และสารกลุ่มฟีลานดรีน (Phellandrene) เป็นต้น
(2) มีสารรีเพลลานท์ (Repellant) สามารถไล่แมลงชนิดต่าง ๆเช่น อัลคา
ลอยด์ (Alkaloid), ไกลโคไซด์ (Glycoside), ซาโพนีน (Saponin), สารกัม (Gum), น้ ามันหอยระเหย
(Essential oil), สารเทนนิน (Tannin) และสเตอรอยด์ (Steroid) เป็นต้น
(3) มีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดแลคติกกรดอะซีติก (Acetic acid),
กรดฟอร์มิก (Formic acid) และกรดอะมิโน (Amino acid) เป็นต้น
(4) มีฮอร์โมนหลายชนิด เช่น ออกซิน (Auxin hormone), ไซโตไคนิน
(Cytokinin hormone) โดยเฉพาะจิบเบอร์เรลลิน (Gibberellin hormone)
(5) มีความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 3 ถึง 4
8) อัตราการใช้
(1) สารป้องกันแมลงศัตรูพืช ส าหรับพืชไร่และไม้ผล ต่อ น้ าเท่ากับ 1 ต่อ
200
(2) สารป้องกันแมลงศัตรูพืช ส าหรับพืชผักและไม้ดอก ต่อ น้ าเท่ากับ 1
ต่อ 500
9) วิธีการใช้
(1) สารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่เจือจางแล้วอัตรา 50 ลิตร ต่อไร่ ส าหรับใช้
ในพืชไร่ พืชผัก และไม้ดอก
(2) สารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่เจือจางแล้วอัตรา 100 ลิตร ต่อไร่ ส าหรับ
ใช้ในไม้ผล

