Page 54 - การปลูกชะอมในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
P. 54

40



                                                (1.3)  เพิ่มการซึมผ่านของน้ า และการอุ้มน้ าของดินให้ดีขึ้น
                                            (2)  ปรับปรุงสมบัติทางเคมีของดิน

                                                (2.1)  เป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดินโดยตรงถึงแม้ปริมาณธาตุ

                     อาหารจะไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมีแต่จะมีธาตุอาหารครบถ้วนตามที่พืชต้องการทั้งธาตุ

                     อาหารหลัก (ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม) ธาตุอาหารรอง (แคลเซียม แมกนีเซียม และ

                     ก ามะถัน) และจุลธาตุ (เหล็กแมงกานีส ทองแดง สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม และคลอรีน)และจะ
                     ค่อยๆ ปลดปล่อยให้เป็นประโยชน์ต่อพืชในระยะยาว

                                                (2.2)  ช่วยดูดยึดธาตุอาหารจากการใส่ปุ๋ยเคมีไม่ให้สูญเสียไปจาก

                     ดินซึ่งพืชสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี

                                                (2.3)  ช่วยเพิ่มความต้านทานการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดเป็น
                     ด่างของดินท าให้การเปลี่ยนแปลงไม่รวดเร็วจนเป็นอันตรายต่อพืช

                                                 (2.4)  ช่วยลดความเป็นพิษของเหล็กและแมงกานีสในดิน

                                                 (2.5)  ช่วยลดความเป็นพิษจากดินเค็ม

                                            (3)  ปรับปรุงสมบัติทางชีวภาพของดิน
                                                (3.1)  อินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหารและแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์

                     ดินมีผลท าให้ปริมาณและกิจกรรมของจุลินทรีย์เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ

                     เปลี่ยนแปลงธาตุอาหารในดินให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช

                                                (3.2)  การเพิ่มปริมาณหรือจ านวนของจุลินทรีย์ดินมีผลช่วยลด

                     ปริมาณเชื้อสาเหตุโรคพืชบางชนิดในดินลดน้อยลง
                                   2)  วิธีการไถกลบตอซัง

                                            (1)  พื้นที่เขตชลประทานในเขตพื้นที่ชลประทานซึ่งสามารถปลูกข้าวได้

                     ต่อเนื่อง 2-3 ครั้งต่อปีหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วไม่ต้องเผาตอซังและฟางข้าวให้ท าการไถกลบตอซัง

                     และฟางข้าวแล้วปล่อยน้ าเข้านา โดยให้ระดับน้ าพอท่วมวัสดุหลังจากนั้นใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ าอัตรา 5
                     ลิตรต่อไร่ เจือจางกับน้ า 100 ลิตรคิดเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 20 ราดลงในแปลงข้าวเพื่อช่วยให้ตอซัง

                     ข้าวย่อยสลายได้ง่ายหมักไว้ประมาณ 2  สัปดาห์ แล้วจึงท าเทือกเพื่อเตรียมเพาะปลูกข้าวครั้งใหม่

                     ต่อไปหรือสามารถปลูกพืชไร่เศรษฐกิจชนิดอื่นได้ เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวโพด ข้างฟ่าง ฯลฯ

                                            (2)  พื้นที่เขตเกษตรน้ าฝนในกรณีที่เกษตรกรมีการปลูกข้าวเป็นพืชหลัก
                     เพียงอย่างเดียวตลอดฤดูเพาะปลูกโดยอาศัยน้ าฝนหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวให้ทิ้งฟางข้าวและตอ

                     ซังไว้ในพื้นที่ของเกษตรกรเพื่อเป็นการคลุมผิวหน้าดิน จากนั้นเมื่อเข้าสู่ต้นฤดูฝนประมาณปลาย

                     เดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม ให้ท าการเตรียมดินพร้อมกับการไถกลบตอซังและฟางข้าว

                     แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกับในเขตชลประทานโดยท าการปล่อยน้ าเข้านาให้ระดับน้ าท่วมวัสดุที่ไถกลบ
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59