Page 45 - การปลูกชะอมในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
P. 45
31
(4) หลังจากนั้นน าเศษพืชมากองทับเพื่อท าชั้นต่อไป ปฏิบัติเหมือนการ
กองชั้นแรกท าเช่นนี้อีก 2 ถึง 3 ชั้น ชั้นบนสุดของกองปุ๋ยควรปิดทับด้วยเศษพืชที่เหลืออยู่เพื่อ
ป้องกันการสูญเสียความชื้น
4) การดูแลรักษากองปุ๋ยหมัก (กรมพัฒนาที่ดิน, 2548ข)
(1) รดน้ ารักษาความชื้นในกองปุ๋ยให้มีความชื้นประมาณร้อยละ 50 ถึง
60
(2) การกลับกองปุ๋ยหมัก กลับกอง 10 วันต่อครั้ง เพื่อเพิ่มออกซิเจน ลด
ความร้อนในกองปุ๋ยและช่วยให้วัสดุคลุกเคล้ากันหรือใช้ไม้ไผ่เจาะรูให้ทะลุตลอดทั้งล าและเจาะรู
ด้านข้างปักรอบ ๆ กองปุ๋ยหมักห่างกันล าละ 50 ถึง 70 เซนติเมตร
(3) การเก็บรักษากองปุ๋ยหมักที่เสร็จแล้ว เก็บไว้ในโรงเรือนอย่าตากแดด
และฝนจะท าให้ธาตุอาหารพืชในปุ๋ยหมักสูญเสียไปได้
5) หลักการพิจารณาปุ๋ยหมักที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
(1) สี มีสีน้ าตาลเข้มจนถึงสีด า
(2) ลักษณะ อ่อนนุ่ม ยุ่ยไม่แข็งกระด้างและขาดออกจากกันได้ง่าย
(3) กลิ่น ปุ๋ยหมักที่เสร็จสมบูรณ์จะไม่มีกลิ่นเหม็น
(4) ความร้อนในกองปุ๋ย อุณหภูมิภายในกองปุ๋ยใกล้เคียงกับอุณหภูมิ
ภายนอกกอง
(5) การเจริญของพืชบนกองปุ๋ยหมัก พืชสามารถเจริญบนกองปุ๋ยหมักได้
โดยไม่เป็นอันตราย
(6) การวิเคราะห์ทางเคมี ค่าอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับหรือ
ต่ ากว่า 20 ต่อ 1
6) อัตราและวิธีการใช้ปุ๋ยหมัก (กรมพัฒนาที่ดิน, 2551)
(1) ข้าว ใช้ 2 ตันต่อไร่หว่านให้ทั่วพื้นที่แล้วไถกลบก่อนปลูกพืช
(2) พืชไร่ ใช้ 2 ตันต่อไร่โรยเป็นแถวตามแนวปลูกพืช แล้วคลุกเคล้ากับดิน
(3) พืชผัก ใช้ 4 ตันต่อไร่หว่านทั่วแปลงปลูกไถกลบขณะเตรียมดิน
(4) ไม้ผล ไม้ยืนต้น เตรียมหลุมปลูก ใช้ 20 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้า
ปุ๋ยหมักกับดินใส่รองก้นหลุมและต้นพืชที่เจริญแล้ว ใช้ 20 ถึง 50 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นกับอายุของพืช
โดยขุดร่องตามแนวทรงพุ่มใส่ปุ๋ยหมักในร่องและกลบด้วยดินหรือหว่านให้ทั่วภายใต้ทรงพุ่ม
(5) ไม้ตัดดอก ใส่ปุ๋ยหมัก 2 ตันต่อไร่ไม้ดอกยืนต้นใช้ 5 ถึง 10 กิโลกรัมต่อ
หลุม

