Page 74 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 74

55






                 3.2  การเปลี ยนแปลงสภาพการใช้ที ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ.2550 และ ปี พ.ศ. 2553


                       เนื องจากจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที มีขนาดใหญ่ และได้รับการสนับสนุนให้พัฒนาจากภาครัฐ

                 อย่างต่อเนื อง เพื อให้เป็นศูนย์กลางทั งทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า และการคมนาคม เป็นต้น
                 จึงทําให้จังหวัดอุบลราชธานีมีประเภทการใช้ที ดินที หลากหลายและเปลี ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ งจากการ

                 วิเคราะห์สภาพการใช้ที ดินพบว่า จังหวัดอุบลราชธานี  มีการเปลี ยนแปลงสภาพการใช้ที ดิน

                 ปี พ.ศ. 2550 และ ปี พ.ศ. 2553  การเปลี ยนแปลงที เกิดขึ นมีการเปลี ยนแปลงเพิ มขึ นและลดลง ในที นี จะ

                 พบว่าการใช้ที ดินเช่น การปลูกข้าวจะพบมากในบริเวณที นํ าท่วมถึง เป็นที ลุ่มและอยู่ใกล้กับชุมชน
                 ที สังเกตได้จากการตั งบ้านเรือนตามแนวลํานํ า ทั งนี เพราะว่าการตั งบ้านเรือนและชุมชนที อยู่อาศัยจะมุ่งเน้น

                 ที ใกล้กับแหล่งนํ าที สามารถปลูกข้าวสําหรับการบริโภคภายในครัวเรือนก่อนแล้วต่อมาจึงขยับขยายพื นที

                 เพาะปลูกในเชิงพาณิชย์ เพื อจําหน่ายส่งผลให้มีการขยายตัวของพื นที นาเข้าสู่พื นที ราบเนินเตี ยๆ ที เหมาะ
                 สําหรับการปลูกข้าวที ไม่ต้องการนํ ามากขณะเดียวกันในบริเวณที เป็นที ราบสูงจะปลูกพืชไร่ที เป็นพืชทาง

                 เศรษฐกิจที คล้ายกัน เช่น อ้อย ข้าวโพด มันสําปะหลัง รวมไปถึงยูคาลิปตัส ยางพารา และผลไม้ยืนต้นใน

                 พบว่าพื นที ชุมชนและสิ งปลูกสร้าง เพิ มขึ น ร้อยละ 2.94  พื นที เกษตรกรรม เพิ มขึ น ร้อยละ 4.44  พื นที แหล่ง

                 นํ า  เพิ มขึ น ร้อยละ 3.76  และพื นที เบ็ดเตล็ด เพิ มขึ น ร้อยละ 61.18 เมื อพิจารณาเฉพาะส่วนเนื อที ของพื นที
                 เดิม พบว่าพื นที ป่าไม้ลดลงมากที สุดถึง ร้อยละ 23.74 ของเนื อที เดิม ดังนี  (ตารางที  18 )


                       3.2.1  พื.นที ชุมชนและสิ งปลูกสร้าง
                             พื นที ชุมชนและสิ งปลูกสร้างของจังหวัดอุบลราชธานี  ปีพ.ศ.2550  มีพื นที   439,442ไร่  หรือ

                 ร้อยละ 4.46 และปี พ.ศ. 2553 มีพื นที  452,367 ไร่ หรือร้อยละ 4.60 ซึ งเพิ มขึ นจากเดิม จํานวน  12,925 ไร่  หรือ

                 เพิ มขึ นร้อยละ  2.94    ซึ งอาจเกิดจากการเพิ มขึ นของประชากรโดยในปี  พ.ศ.  2550  จังหวัดอุบลราชธานี  มี
                 ประชากร ทั งสิ น 1,788,093 คน ในปี 2553 มีประชากร 1,803,754 คน  ซึ งถือว่าเป็นจังหวัดที มีประชากรมาก

                 เป็นอันดับ 3 ของประเทศ จึงทําให้มีการขยายตัวของพื นที ชุมชนและสิ งปลูกสร้าง


                            พื.นที ชุมชน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที มีแหล่งเรียนรู้ทางสังคมทั งในและนอกระบบ
                 การศึกษา จึงถูกขนานนามว่า เป็นเมืองนักปราชญ์ มีชายแดนติดต่อกับ 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐ
                 ประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา คือ  ด่านชายแดนช่องเม็ก  เป็นด่านสากลมีการ

                 เข้า – ออก และขนส่งสินค้า มีภูมิประเทศที อุดมสมบรูณ์ และมีภาคประชาสังคม/  ภาคธุรกิจจํานวนมากและ

                 พร้อมให้ความร่วมมือ รวมทั งผู้บริหารให้ความสําคัญกับการพัฒนาตลอดจนมีองค์การบริหารส่วนท้องถิ น

                 กระจายอยู่ในทุกชุมชน ทําให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์โครงสร้างทางสังคม ชุมชนและท้องถิ น ไปสู่
                 ทิศทางที มีการขยายตัวของชุมชน  การขยายตัวของตัวเมือง เป็นลักษณะของการเปลี ยนแปลงพื นที ที เกิดจาก

                 การขยายตัวของตัวเมือง เมื อชานเมืองมีประชากรเคลื อนย้ายเข้าไปตั งถิ นฐานหนาแน่นมากขึ น ความเจริญ
   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79