Page 70 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 70

51






                       3.1.7 สภาพการใช้ที ดิน ในเขตชลประทาน จังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2553


                             เนื องจากปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานีมีประชากรประมาณ 1,803,754 คน ซึ งประชากร

                 ส่วนใหญ่ของประเทศ มีอาชีพทางการเกษตรและเกษตรต่อเนื อง ขณะที จังหวัดอุบลราชธานีมีพื นที
                 9,840,531 ไร่  เป็นพื นที เพื อการเกษตรเป็นส่วนใหญ่  และมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวเพิ มขึ นทําให้ความ

                 ต้องการใช้นํ าสูง หากจะกล่าวถึงเรื องนํ าฝน จังหวัดอุบลราชธานีมีปริมาณฝนที ตกเฉลี ย 1,589.3 มม./ปี

                 เนื องจากความแตกต่างของสภาพภูมิประเทศ ในแต่ละลุ่มนํ า ทําให้เกิดปัญหาเรื องนํ าที แตกต่างกัน ไม่ว่าจะ

                 เป็นปัญหาเรื องนํ าหลาก นํ าท่วม หรืออุทกภัย เนื องจากมีนํ ามากในฤดูฝน และเกิดปัญหาการขาดแคลนนํ า
                 หรือนํ าแล้ง

                             จากปริมาณนํ าท่าที มีอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 1,922  ลูกบาศก์เมตร / วินาที

                 (กรมชลประทาน ;2553) นั นถือได้ว่าเป็นปริมาณนํ าที ทําให้สามารถใช้ที ดินเพื อทําการเกษตรในฤดูแล้งได้
                 เต็มศักยภาพ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ มขึ น และการสร้างระบบชลประทานเก็บกักนํ าเพิ มขึ นตามไป

                 ด้วย  จึงสามารถบรรเทาความรุนแรงของ และอุทกภัยอันเนื องจากมีนํ ามากในฤดูฝนลงไปได้ และยัง

                 สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนนํ าเนื องจากมีนํ าน้อยในฤดูแล้งได้ดีกว่าเดิม ทําให้มีการใช้ประโยชน์ในเขต

                 ชลประทานพื นที ทั งหมด  245,911 ไร่ โดยมีพื นที ทําการเกษตรมากที สุด  จํานวน    207,447  ไร่  ส่วนมาก
                 เป็นการทํานาข้าว พื นที ชุมชน จํานวน 10,628 ไร่ ซึ งจะเห็นได้ว่าระบบชลประทานผ่านพื นที ใดๆก็จะทําให้

                 พื นที บริเวณนั นสามารถทํากินและเป็นที อยู่อาศัยได้ จึงทําให้ระบบชลประทานมีความสําคัญต่อการ

                 ดํารงชีวิตและมีการใช้ประโยชน์ที ดินในเขตชลประทาน ดังนี  ( ดังตารางที  6 )
                             1)  พื นที ชุมชน มีเนื อที  10,628ไร่ หรือร้อยละ 4.32 ของพื นที ในเขตชลประทานทั งหมด

                 ได้แก่ หมู่บ้าน โรงเรียน สํานักสงฆ์ สํานักงานฝายส่งนํ าและบํารุงรักษาที  7 และสํานักงานฝายส่งนํ าและ

                 บํารุงรักษาที  3  เป็นต้น
                             2)  พื นที เกษตรกรรม มีเนื อที  207,447 ไร่ หรือร้อยละ 84.36  ของพื นที ในเขตชลประทาน

                 ทั งหมด  ซึ งพื นที ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา ยูคาลิปตัส และเกษตรผสมผสาน เป็นต้น

                             3)  พื นที ป่าไม้ มีเนื อที  3,502 ไร่ หรือร้อยละ 1.42 ของพื นที ในเขตชลประทานทั งหมด ซึ ง
                 ส่วนใหญ่เป็นพื นที ป่ารอสภาพฟื นฟูและป่าสมบรูณ์

                             4)  พื นที แหล่งนํ า มีเนื อที  1,326 ไร่ หรือร้อยละ 0.54 ของพื นที ในเขตชลประทานทั งหมด

                 ซึ งเป็นพื นที แม่นํ าลําคลอง และบ่อนํ าในไร่นา เป็นส่วนใหญ่

                             5)  พื นที อื นๆ มีเนื อที  23,008 ไร่ หรือร้อยละ 9.36 ของพื นที ในเขตชลประทานทั งหมด
                 ได้แก่ ไม้ละเมาะ และพื นที ลุ่มเป็นส่วนใหญ่
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75