Page 78 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 78

59





                 3.2.2  พื.นที เกษตรกรรม

                             พื นที เกษตรกรรมของจังหวัดอุบลราชธานี ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  5,721,298 ไร่ หรือร้อยละ 58.12

                 และปี พ.ศ. 2553 มีพื นที  5,975,492 ไร่ หรือร้อยละ 60.72 ซึ งเพิ มขึ นปี พ.ศ. 2553  จํานวน 254,194 ไร่ หรือ

                 เพิ มขึ นร้อยละ 4.44  ซึ งอาจเกิดจากการเพิ มขึ นของประชากร การเพิ มขึ นของภาคอุตสาหกรรมและการ
                 ท่องเที ยว ทําให้ความต้องการสินค้าเกษตรกรรมเพิ มขึ น โดยการเปลี ยนแปลงพื นที เกษตรกรรมของจังหวัด

                 อุบลราชธานี มีรายละเอียดดังนี

                             1)   นาข้าว ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  4,982,614 ไร่ หรือร้อยละ 50.63 และ ปี พ.ศ. 2553 มีพื นที

                 4,804,500 ไร่ หรือร้อยละ 48.82 ลดลงจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน 178,144 ไร่ หรือลดลงร้อยละ 3.11  คิดเป็น
                 พื นที นาเดิม 4,735,059 ไร่ ซึ งอาจเกิดจากพื นที ดังกล่าวเป็นพื นที ราบลุ่มและใกล้กับแหล่งชุมชนทําให้ง่ายต่อ

                 การเปลี ยนสภาพเป็นหมู่บ้าน หรือโรงงานอุตสาหกรรม

                                  ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก โดยการบริโภคข้าวของคนไทย 280 - 300 กิโลกรัม
                 ข้าวเปลือกต่อคนต่อปี เมื อเทียบเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริโภคครัวเรือนละ 485 กิโลกรัม หรือคนละ142

                 กิโลกรัมต่อปี โดยมีพื นที ปลูกมากเป็นอันดับหนึ งของพืชเศรษฐกิจทั งหมด มีการเพาะปลูกทุกอําเภอ จาก

                 เดิมมีพื นที เพาะปลูกข้าวเจ้าประมาณ ร้อยละ 60 พื นที ปลูกข้าวเหนียวประมาณ ร้อยละ 40 แม้ว่าพื นที บาง
                 แห่งไม่เหมาะสม เนื องจากเป็นดินทรายแต่เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการปลูกข้าวเป็นอย่างดี มีการ

                 ปรับปรุงบํารุงดินและปรับเปลี ยนมาใช้ปุ๋ ยอินทรีย์มากขึ น ได้มีการกําหนดยุทธศาสตร์การผลิตสินค้าเกษตร

                 ปลอดสารเคมี เป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด เพื อส่งเสริมให้มีระบบ  การผลิต การพัฒนาคุณภาพและ
                 มูลค่าเพิ มของสินค้าเกษตรปลอดสารเคมีอย่างครบวงจร ทั งนี  ทางจังหวัดได้เน้นการผลิตข้าวหอมมะลิ

                 ปลอดสารเคมีเป็นหลัก    การผลิตข้าวที ผ่านมาประเทศไทยมีการส่งออกในรูปของผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าว

                 เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าข้าวที ส่งออก 209,760 ล้านบาท   ในปี 2551  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้

                 ปรับเพิ มผลผลิตข้าวนาปรัง 8.255 ล้านตัน ( 5.448 ล้านตันข้าวสาร) จากประมาณการไว้เดิมที  8.209 ล้านตัน
                 (5.418 ล้านตันข้าวสาร) เนื องจากเริ มมีฝนตกมากขึ น   ซึ งจะช่วยบรรเทาภัยแล้ง และเกษตรกรชาวนา

                 เพาะปลูกข้าวนาปรังรุ่นที  2 จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2553 ประมาณ 1.899  ล้านตัน

                 (1.253 ล้านตันข้าวสาร) ในขณะที ผลผลิตข้าวนาปรังรุ่นแรกได้ออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 6.356 ล้านตัน
                 (4.195 ล้านตันข้าวสาร)  คิดเป็นร้อยละ 77  ของผลผลิตข้าวนาปรังทั งหมด

                        จากสภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศที ไม่เอื ออํานวยในการทํานาเกษตรกรบางรายเลย

                 ปรับเปลี ยนพื นที นาข้าวมาเป็นพื นที เกษตรกรรมอื นๆ และจากภาวะราคาที ลดลง  ทําให้พื นที ปลูกข้าวจาก

                 เดิมปีพ.ศ.2550  มีพื นที  4,982,614  ไร่ ลดลงในปีพ.ศ. 2553 มีพื นที ปลูก 4,728,086  ไร่ เกษตรกรจึงหันมา
                 สนใจปลูกพืชตามการประเมินสถานการณ์ราคาและการผลิตสินค้าเกษตร โดยสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร

                 หรือ สศก.ล่าสุด พบว่าราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ น แต่ไม่เปลี ยนแปลงมาก โดยดัชนีราคา
   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83