Page 66 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 66

47






                                        -    พื นที ชุมชน มีเนื อที  11,531 ไร่ หรือร้อยละ 4.84 ของพื นที ป่าที เหมาะสม
                 ต่อการเกษตร ทั งหมด ได้แก่ หมู่บ้าน วัด ที ตั งอําเภอ เป็นต้น

                                        -    พื นที เกษตรกรรม มีเนื อที  206,216 ไร่ หรือร้อยละ 86.50 ของพื นที ป่าที

                 เหมาะสมต่อการเกษตรทั งหมด ซึ งพื นที ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว ยางพารา มันสําปะหลังและยูคาลิปตัส เป็นต้น

                                        -    พื นที ป่าไม้ มีเนื อที  9,653 ไร่ หรือร้อยละ 4.05 ของพื นที ป่าที เหมาะสมต่อ
                 การเกษตร ทั งหมด ซึ งเป็นพื นที  ป่าผลัดใบรอสภาพฟื นฟูและป่าผลัดใบสมบรูณ์ทั งหมด

                                        -    พื นที แหล่งนํ า มีเนื อที  3,279 ไร่ หรือร้อยละ 1.37 ของพื นที ป่าที เหมาะสม

                 ต่อการเกษตร ทั งหมด เป็นพื นที แม่นํ าลําคลองเป็นส่วนใหญ่

                                        -    พื นที อื นๆ มีเนื อที  7,725 ไร่ หรือร้อยละ 3.24 ของพื นที ป่าที เหมาะสมต่อ
                 การเกษตรทั งหมด ได้แก่ ไม้ละเมาะ และพื นที ลุ่มเป็นส่วนใหญ่

                                 จากข้างต้นที กล่าวมา สรุปได้ดังนี  พื นที ป่าไม้ปี พ.ศ. 2550  จํานวน 2,731,496  ไร่ ลดลง
                   ในปี พ.ศ. 2553   จํานวน 648,488 ไร่ เมื อนําเขตป่าไม้ตามกฎหมาย ปี พ.ศ. 2553 ของกรมป่าไม้ ซึ งมีพื นที

                   ป่าไม้ จํานวน 2,696,897  ไร่ มาทําการวิเคราะห์ จากการซ้อนทับพบว่าพื นที ป่าไม้มีความแตกต่างกันถึง

                   34,599  ไร่ และเมื อพิจารณาตามความสําคัญของพื นที ป่าไม้แล้วพบว่า พื นที ถูกบุกรุกในพื นที เขตป่าไม้
                   ตามกฎหมายที สําคัญ ได้แก่ พื นที ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตป่าสงวนโซน c ซึ ง

                   มีความสําคัญในการเป็นแหล่งต้นนํ าลําธารมากถึง 224,269  ไร่ เนื องจากจํานวนประชากรในประเทศที

                   เพิ มขึ น และการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจทําให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากป่าไม้มากขึ น   ทั งในลักษณะ

                   ของการเป็นที อยู่อาศัย การตัดไม้เพื อการค้า การใช้และการเผาพื นที ป่าเพื อการเกษตร  รวมถึงการกว้านซื อ
                   ที ดินเพื อการเก็งกําไร นอกจากนี การพัฒนาโครงสร้างพื นฐานของรัฐ ได้แก่ การสร้างเขื อน การตัดถนน

                   และการเดินสายไฟแรงสูงก็เป็นสาเหตุหนึ งของการทําลายพื นที ป่าเป็นบริเวณกว้าง  ดังนั น พื นที ป่ า

                   อนุรักษ์มีบทบาทที สําคัญยิ งในการรักษาเสถียรภาพเชิงนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ความหลากหลายด้าน
                   ชีววิทยา เป็นสถานที พิเศษสําหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งความรู้ทางการศึกษา แต่การ

                   ประกาศพื นที อนุรักษ์ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนที เคยอาศัยในพื นที  เนื องจาก

                   ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ทรัพยากรในอุทยานแห่งชาติได้ อย่างไรก็ดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและ

                   พันธุ์พืช ได้พยายามเสริมสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและบริหารจัดการป่าไม้
                   เพื อให้สามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติในพื นที ได้ในแนวทางการอนุรักษ์ที ยั งยืน ลดความขัดแย้งระหว่าง

                   เจ้าหน้าที ของรัฐและประชาชน ให้ประชาชนในพื นที มีส่วนร่วมในการดูแลและบริหารจัดการพื นที

                   อุทยานแห่งชาติบางส่วน และให้ชุมชนสามารถอยู่อาศัยและทํากินได้อย่างถูกต้องเหมาะสมในปัจจุบันทํา
                   ให้ทรัพยากรป่าไม้จังหวัดอุบลราชธานีเกิดสถานการณ์ขั นวิกฤต รัฐบาลจึงควรเข้ามามีบทบาทในการ
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71