Page 103 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 103

84





                 การสูญเสียพื นที ป่ าไม้ เกิดจากการเปลี ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี

                 ซึ งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ที มีผลต่อการทําลายป่าไม้ สรุปได้ดังนี คือ

                            1)  การให้สัมปทานป่าไม้โดยขาดการควบคุม การตัดไม้โดยบริษัท ที ได้รับสัมปทานไม้
                 เพื อการส่งออกและเพื อใช้ภายในประเทศ นอกจากจะทําให้ป่าไม้หมดไปอย่างมากแล้ว ยังเป็นการกระตุ้น

                 ให้เกิดการบุกรุกป่าเพื อจับจองที ดินทํากินจากชาวบ้านอีกด้วย

                            2)  การเพิ มประชากร ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2530 ประเทศไทยมีอัตรา การเพิ มประชากรใน

                 ระดับสูง ทําให้ครอบครัวเกษตรกรที ถือที ดินทํากินขนาดเล็กไม่สามารถแบ่งที ดินทํากินให้แก่สมาชิกใน
                 ครัวเรือนได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุหนึ งที ทําให้เกิดการบุกรุกป่าเพิ มขึ น

                            3)  การพัฒนาระบบโครงสร้างพื นฐาน ได้แก่ การสร้างถนนเข้าสู่ พื นที ป่าซึ งมีหมู่บ้าน

                 ตั งอยู่ เพื อแย่งชิงประชาชนจากอิทธิพลของคอมมิวนิสต์ ในช่วง ก่อนปี พ.ศ. 2525 ทําให้ประชาชนอพยพ

                 เข้าไปบุกเบิกพื นที ป่าอย่างแพร่หลาย มีทั ง การอพยพภายในภูมิภาค และระหว่างภูมิภาค เช่น ประชาชนจาก
                 ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออพยพไปบุกเบิกป่าในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ เป็นต้น

                            4)  การประกาศเขตอนุรักษ์ป่าไม้ พื นที ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์หลายแห่ง ที รัฐบาลประกาศ

                 ให้อยู่ในความครอบครองดูแลของรัฐ มีพื นที ส่วนหนึ ง ซึ งมีชุมชน ตั งอยู่มาก่อนแล้ว ทําให้เกิดความขัดแย้ง
                 ระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที ของรัฐในการใช้ประโยชน์จากป่าไม้

                            5)  การแพร่หลายของเทคโนโลยีเลื อยไฟฟ้ าและรถไถ ทําให้เกิดอัตรา เร่งในการทําลาย

                 พื นที ป่า เนื องจากสามารถตัดต้นไม้ได้อย่างรวดเร็ว การใช้รถไถขนาดใหญ่ แทนการใช้แรงงานสัตว์ คือ วัว
                 ควาย เอื ออํานวยให้เกษตรกรสามารถทําการเพาะปลูกในพื นที ขนาดใหญ่กว่าแต่ก่อน การแพร่เทคโนโลยี

                 เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ ย ยาปราบศัตรูพืช ทําให้การเกษตรเริ มเพาะปลูกเพื อการค้ามากขึ น ที ดินเริ มมีราคา ซึ งจะต้องมี

                 การซื อขายกัน ในขณะเดียวกันที ดินว่างเปล่าโดยไม่มีผู้จับจองได้หมดสิ นไป
                            6)  การเกษตรเชิงพาณิชย์ ในอดีตคนไทยปลูกข้าวและพืชผัก เพื อบริโภคในครัวเรือนเป็น

                 หลัก พืชผลที เหลือจากการบริโภคจะนําไปแลกเปลี ยนกับสินค้าอื นๆ หรือ ขายเป็นรายได้ แต่ในปัจจุบัน

                 ระบบเศรษฐกิจที ต้องพึ งเงินตรา ทําให้การเพาะปลูกเป็นไป เพื อการค้าทั งสิ น ผลผลิตทางการเกษตรที ทํา

                 รายได้ให้แก่ประเทศไทยในระดับสูง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ยางพารา  กุ้งกุลาดํา ฯลฯ ทําให้
                 ความต้องการพื นที เพื อการเกษตรเพิ มขึ นมาก

                            7)  การเก็งกําไรที ดิน ตั งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา เป็นช่วงที มีการซื อ ขายที ดิน โดยมีการ

                 เก็งกําไรสูงมากถึงหลายเท่า ทําให้เกิดการบุกรุกพื นที ป่าไม้เพื อครอบครอง เพื อการค้าที ดิน และเพื อพัฒนา
                 เป็นแหล่งท่องเที ยวและที พักตากอากาศ เป็นต้น ( ตารางที  15  และภาพที  34     )
   98   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108