Page 102 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 102

83





                            5)    พืชสวน ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  7,550 ไร่ หรือร้อยละ 0.07 และปี พ.ศ. 2553 มีพื นที  12,677

                 ไร่ หรือร้อยละ 0.13 เพิ มขึ นจากปี  พ.ศ. 2550 จํานวน 5,127 ไร่ หรือเพิ มขึ นจากเดิมร้อยละ 67.91

                 ซึ งส่วนใหญ่เป็นพื นที ปลูกผัก เช่น พริก ถั วฝักยาว หอม กระเทียม  และไม้ดอก เช่น เหลืองปรีดียาภรณ์ ลีลา

                 วดี ดาวเรือง เบญจมาศ
                             6)  ทุ่งหญ้าเลี.ยงสัตว์และโรงเรือนเลี.ยงสัตว์ ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  9,029 ไร่ หรือร้อยละ 0.09 และ

                 ปี พ.ศ. 2553  มีพื นที  11,367 ไร่ หรือร้อยละ 0.12  เพิ มขึ นจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน 2,338 ไร่ หรือเพิ มขึ นร้อยละ

                 25.89  ส่วนใหญ่เป็นพื นที ปลูกหญ้าเลี ยงสัตว์ เช่น หญ้าลูซี   หญ้ากินนี  หญ้าแพงโกล่า หญ้าเนเปีย

                             7)   พืชนํ.า ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  27 ไร่ และปีพ.ศ. 2553 มีพื นที  40 ไร่ เพิ มขึ นจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน
                 13 ไร่ หรือเพิ มเป็นร้อยละ 48.15 ซึ งส่วนใหญ่เป็นพื นที บ่อบัว

                             8)    สถานที เพาะเลี.ยงสัตว์นํ.า ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  4,386 ไร่ หรือร้อยละ 0.04 และปี พ.ศ. 2553

                 มีพื นที  5,182 ไร่ หรือร้อยละ 0.05  เพิ มขึ นจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน 796 ไร่ หรือเพิ มขึ นร้อยละ 18.15 ซึ งพื นที ส่วน
                 ใหญ่เป็นสถานที เพาะเลี ยงปลา

                             9)    พื.นที เกษตรผสมผสาน/ไร่นาสวนผสม ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที  1,391 ไร่ หรือร้อยละ 0.01 และ

                 ปี พ.ศ. 2553 มีพื นที  1,875 ไร่ หรือร้อยละ 0.01 เพิ มขึ นจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน 484 ไร่ หรือเพิ มขึ นร้อยละ 34.8


                       3.2.3  พื.นที ป่ าไม้

                             พื นที ป่าไม้ของจังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2550 มีพื นที  2,731,496 ไร่ หรือร้อยละ 27.76 และ

                 ปี พ.ศ. 2553 มีพื นที  2,083,008 ไร่ หรือร้อยละ 14.84 ลดลงจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน 648,488 ไร่ หรือลดลง
                 ร้อยละ  23.74  ป่าไม้ของจังหวัดอุบลราชธานี  มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื อง        ซึ งเกิดจากการเพิ มปริมาณ

                 ประชากร ทําให้ต้องขยายพื นที ชุมชนและสิ งปลูกสร้าง และพื นที เกษตรกรรม โดยเกษตรกรปลูกพืชตามนโยบาย

                 ของรัฐบาล หรือราคาที เพิ มขึ นของพืช ได้แก่ พืชพลังงาน เช่น   มันสําปะหลัง
                             ป่าไม้ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที สําคัญของจังหวัด ลักษณะที พบ ได้แก่ ป่าเต็งรัง หรือป่าแดงที

                 มีอยู่ทั วไป ป่ าดิบแล้ง ป่ าเบญจพรรณและป่ าผสม ถึงแม้ว่าป่ าไม้จะเป็นทรัพยากรที เกิดขึ นใหม่ได้

                 แต่ประเทศไทยก็มีการสูญเสียพื นที ป่าไม้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาประมาณ 30 ปี  ที ผ่านมา จากการศึกษา
                 ของ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยวิธีการแปลภาพถ่ายทางอากาศ ที ถ่ายเมื อ ปี พ.ศ.2504

                 ตามโครงการ VAP  61 พบว่า มีเนื อที ป่าทั วประเทศ 273,628.50 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 53.33

                 ของประเทศ และในปี พ.ศ. 2536 เหลือเนื อที ป่าเพียง 133,521.0 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 26.02

                 ( ตรวจสอบโดยใช้ภาพดาวเทียม  Landsat  )  แสดงให้เห็นว่าพื นที ป่าไม้ลดลงเท่าตัวในช่วงเวลา 32 ปี
                 ซึ งการลดลงของพื นที ป่าไม้อย่างมหาศาลนี เกิดขึ นกับป่า   บนภูเขาและป่าชายเลนตามชายฝั งทะเล
   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106   107