Page 418 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 418

404



                          6.5  การปรับปรุงความอุดมสมบูรณของดิน  ถึงแมวากลุมชุดดินที่ 17  จะมีความอุดมสมบูรณ

                  ปานกลางก็ตาม แตเมื่อใชปลูกพืชติดตอกันหลายๆ ป   ความอุดมสมบูรณของดินจะคอยๆ ลดลงจึง
                  จําเปนตองมีการปรับปรุงดังนี้


                         6.5.1 ใชระบบการปลูกพืชหมุนเวียน ซึ่งมีพืชตระกูลถั่วสอดแทรกอยูในระบบการปลูกพืชหลัก เชน

                  ปลูกถั่วเหลือง-ขาว-ยาสูบ หรือพืชผัก-ขาว-ถั่วตางๆ เปนตน จะชวยเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน และเพิ่ม

                  ผลผลิตของพืชหลัก

                         6.5.2 ปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบ โดยปลูกพืชตระกูลถั่ว เชน ปอเทือง โสน โสนอัฟริกัน และถั่วตางๆ

                  กอนการปลูกพืชหลัก 2-3 เดือน  แลวไถกลบเมื่อพืชเริ่มออกดอก วิธีนี้จะชวยปรับปรุงสมบัติทางดาน

                  กายภาพ เคมีและความอุดมสมบูรณของดิน

                         6.5.3 ใชปุยเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ควรใชทั้งปุยอินทรีย และปุยเคมีควบคูกันไปในการ

                  ปลูกพืชไร  ไมผลและพืชผัก สําหรับปุยอินทรีย เชน ปุยหมัก ปุยคอกและปุยพืชสดนั้น  นอกจากจะ

                  ปลดปลอยธาตุอาหารภายหลังการสลายตัวในดินแลว ยังชวยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของ
                  ดินดวย  สวนปุยเคมีชวยเพิ่มธาตุอาหารที่ดินขาดแคลน ใหเพียงพอตอการเจริญเติบโตของพืช สําหรับสูตร

                  ปุย อัตราและวิธีการใชนั้นขึ้นอยูกับชนิดของพืชและระดับความอุดมสมบูรณของดิน ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 9


                  7. ขอเสนอแนะ

                         กลุมชุดดินที่ 17  มีศักยภาพเหมาะสมสําหรับทํานาในชวงฤดูฝน  เนื่องจากอยูในที่ราบต่ํา สภาพ

                  พื้นที่ราบเรียบถึงเกือบราบเรียบ  การระบายน้ําคอนขางเลว และมีน้ําขังเหนือผิวดิน 3-5 เดือน  ในฤดูแลงมี

                  ศักยภาพเหมาะสมในการปลูกพืชไร เชน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ขาวโพดหวาน ยาสูบและพืชไรอายุสั้น
                  อีกหลายชนิด  นอกจากพืชไรแลวยังเหมาะสมในการปลูกพืชผัก เชน กะหล่ําปลี ผักกาดขาว  ผักกาดเขียว

                  แตงตางๆ หอม ฯลฯ แตดินในสภาพเดิมไมเหมาะสําหรับปลูกไมผล  เนื่องจากการระบายน้ําคอนขางเลว

                  และในฤดูฝนมีน้ําขังแชที่ผิวดินเปนระยะเวลานาน ถาจะเปลี่ยนสภาพการใชที่ดินจากนาขาวเปนพื้นที่ปลูก

                  พืชไร ไมผลและพืชผักอยางถาวร หรือปลูกตลอดปนั้น จําเปนจะตองมีการพัฒนา 3 ดาน คือ 1) ทําคันรอบ

                  พื้นที่  เพื่อปองกันน้ําทวมขัง  2) ยกรองปลูกเพื่อเพิ่มการระบายน้ําของดิน  และ 3) พัฒนาแหลงน้ําเสริม
                  เพื่อใหเพียงพอสําหรับการปลูกพืชในฤดูแลง อยางไรก็ตามการใชประโยชนกลุมชุดดินนี้จะมีประสิทธิภาพ

                  และเกิดประสิทธิผลสูงสุด เมื่อจัดระบบการใชที่ดินแบบ “ ไรนาสวนผสม” โดยมีการแบงพื้นที่ออกเปนสวนๆ

                  ดังนี้

                          7.1 พื้นที่ปลูกขาว  ควรเปนพื้นที่ราบต่ําสุดเนื่องจากในฤดูฝนน้ําจะขังเร็วกวาพื้นที่สวนอื่น และมัก

                  ไมขาดน้ําในการปลูกขาว พื้นที่สวนนี้อาจปรับปรุงเพื่อใชปลูกพืชไรอายุสั้น และพืชผักตางๆ  กอนและหลัง

                  การปลูกขาวไดดวย รูปแบบการใชที่ดินดังกลาวนี้ เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม เชียงราย ลําพูน เพชรบูรณ

                  และอุตรดิตถ ไดปฏิบัติอยางกวางขวาง
   413   414   415   416   417   418   419   420   421   422   423