Page 426 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 426
412
o = ความสามารถในการระบายน้ําในชวงที่ปลูกไมเหมาะสม
s = สภาพธาตุอาหารพืชในชวงที่ปลูกไมเหมาะสม
r = สภาพดินไมเหมาะสมตอการเจริญเติบโตของรากพิจารณาเฉพาะเนื้อดิน
และโครงสรางดิน
z = สภาพปฏิกิริยาดิน(pH ) ของดินไมเหมาะสม
k = ดินไมเหมาะสมตอการทําเขตกรรมพิจารณาเฉพาะความลึกดิน
เนื้อดิน และโครงสรางดิน
x = ดินมีอิทธิพลของเกลือ
w = พื้นที่ไมเหมาะสมตอการใชเครื่องจักรกล
e = พื้นที่งายตอการชะลาง
5. ปญหาและขอจํากัดในการปลูกพืช
5.1 ดินอุมน้ําไดนอย เนื่องจากเนื้อดินบนคอนขางเปนทรายจัด ทําใหความสามารถในการอุมน้ํา
ต่ํา ดินจะแหงเร็ว ดังนั้นในระยะที่ฝนทิ้งชวงพืชจะขาดน้ํา
5.2 ความอุดมสมบูรณต่ํา ดินมีเนื้อหยาบจึงมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารพืชไดนอย
และขาดแคลนธาตุอาหารบางธาตุ
5.3 การชะลางพังทลายของดินสูง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือมีความลาดเทสูงกวา
5 เปอรเซ็นต ซึ่งใชเพาะปลูกโดยขาดการอนุรักษดินและน้ํา
5.4 ขาดแคลนน้ําในการเพาะปลูก เนื่องจากไมมีระบบชลประทานเขาถึง การเพาะปลูกตอง
อาศัยน้ําฝนเพียงอยางเดียว ในชวงฤดูแลงไมสามารถปลูกพืชไดเนื่องจากขาดน้ํา
5.5 น้ําขังในดินชั้นลาง เกิดสภาพดังกลาวเมื่อมีฝนตกหนัก ทําใหพืชที่ปลูก เชน มันสําปะหลัง
ไดรับผลกระทบอยางมาก พบในบางบริเวณของชุดดินน้ําพอง
6. การจัดการเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกพืช
6.1 การปรับปรุงสมบัติทางดานกายภาพ โดยใชปุยอินทรีย เชน ปุยคอกหรือปุยหมัก อัตรา 2
ตัน/ไร หรือปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบ เมื่อพืชปุยสดออกดอกประมาณ 50 เปอรเซ็นต และกอนปลูกพืชหลัก
ประมาณ 3 สัปดาห จะชวยเพิ่มอินทรียวัตถุใหแกดิน และทําใหดินอุมน้ําไดมากขึ้น
6.2 การอนุรักษดินและน้ํา มีความจําเปนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีความลาดเทสูงกวา
5 เปอรเซ็นต ซึ่งงายตอการชะลางพังทลายของดิน จึงตองมีการอนุรักษดินและน้ําอยางเหมาะสม ดังนี้

