Page 54 - การประเมินคุณภาพดินและสมรรถนะความอุดมสมบูรณ์เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางของประเทศไทย
P. 54

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน






                  5.2 สภาพปญหา ขอจำกัด และศักยภาพของดินในพื้นที่ลุมน้ำภาคกลาง

                         1) ปญหาความอุดมสมบูรณของดินคอนขางต่ำ

                            ดินที่มีความอุดมสมบูรณต่ำ เมื่อพิจารณาจากหลักเกณฑการประเมินความอุดมสมบูรณของดินนั้น

                  กรมพัฒนาที่ดินใชเกณฑการประเมินจากคาวิเคราะหดิน 5 รายการ คือ รอยละปริมาณอินทรียวัตถุ
                  ปริมาณฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน ปริมาณโพแทสเซียมที่เปนประโยชน ความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออน
                  และอัตรารอยละความอิ่มตัวเบส ซึ่งแตละรายการจะมีเกณฑประเมินเปนคาสูง ปานกลาง ต่ำ เนื่องจาก

                  สภาพทางธรรมชาติ โดยดินมีวัตถุตนกำเนิดดินที่มีแรธาตุอาหารตามธรรมชาติต่ำ ประกอบกับมีการใช
                  ประโยชนที่ดินอยางตอเนื่องติดตอกันเปนเวลานาน โดยไมไดมีการปรับปรุงบำรุงดินเทาที่ควรทำให
                  ดินเสื่อมโทรมความอุดมสมบูรณลดลงอยางตอเนื่องสงผลใหพืชเจริญเติบโตชา ผลผลิตตกต่ำคุณภาพไมดี
                  สภาพปญหานี้พบกระจายครอบคลุมพื้นที่ลุมน้ำปาสัก โดยเฉพาะเนื้อดินที่เปนดินรวนหยาบและมีการใชที่ดิน
                  อยางเขมขนและการจัดการดินไมเหมาะสม


                         2) ปญหาขอจำกัดของดินทางดานการเกษตร
                            ปญหาดินตื้นถึงชั้นหินพื้น ดินลึกลึกไมเกิน 50 ซม. จากผิวดิน สวนใหญมีเนื้อดินเปนดินรวนหรือ

                  ดินรวนปนทรายแปง บางบริเวณอาจพบเศษหินลอยอยูบนหนาดิน ถือเปนอุปสรรคตอการเจริญเติบโตของพืช
                  ดานการชอนไชของรากพืช ทำใหการเกาะยึดตัวของดินไมดียากแกการไถพรวน เกิดการชะลางพังทลายไดงาย
                  พบกระจายตัวอยูในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง เนินเขา หรือภูเขา ปญหาดินเปรี้ยวจัด ซึ่งสวนใหญพบบริเวณที่

                  ราบลุมของภาคกลางเกิดจากอิทธิพลของตะกอนน้ำผสมกับตะกอนทะเลในสภาพน้ำกรอย ปญหาดินเค็มและ
                  การรุกของล้ำของน้ำทะเล โดยสงผลกระทบตอการใชที่ดินทางการเกษตร โดยเฉพาะไมผล นาขาว หรือพืชผัก

                         3) ปญหาการชะลางพังทลายของดิน

                            ปญหาการชะลางพังทลายของดินเปนปญหาที่สำคัญที่สงผลใหทรัพยากรที่ดินเสื่อมโทรม เนื่องจาก
                  ทำใหเกิดการสูญเสียหนาดิน การสูญเสียธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน สงผลใหความอุดมสมบูรณของดิน
                  ลดลง โดยเฉพาะอยางยิ่งในพื้นที่ที่มีการใชที่ดินในการปลูกพืชอยางเขมขนในรอบป รวมทั้งในพื้นที่ที่มีการใช

                  เครื่องจักรกลในการไถพรวนดิน สงเสริมใหเกิดการพังทลายของดินในพื้นที่ ผลจากการชะลางพังทลายของดิน
                  จะสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมทั้งในพื้นที่ที่เกิดการชะลางพังทลายของดินและพื้นที่โดยรอบ ทำใหผลผลิตตอ
                  หนวยพื้นที่ลดลง เนื่องจากความอุดมสมบูรณลดลง และเกิดการตื้นเขินของแมน้ำลำคลองจากมีการสะสมของ
                  ตะกอนดิน ทำใหศักยภาพในการเก็บกักน้ำของแหลงน้ำต่ำลง ปญหาเหลานี้จะสงผลกระทบตอการเพาะปลูก

                  ในฤดูกาลถัดไป การเกิดการชะลางพังทลายของดินในพื้นที่นี้ สวนใหญเกิดจากรูปแบบของการปลูกพืช ที่เปน
                  การปลูกพืชเชิงเดี่ยวอยางตอเนื่องติดตอกันเปนเวลานาน ตองใชเครื่องมือในการเตรียมดิน การไถพรวนดิน
                  ทำใหโครงสรางดินถูกทำลาย ดินแตกกระจายซึ่งงายตอการถูกพัดพาไปกับน้ำ ประกอบกับไมมีการปองกันที่ดี
                  ไมมีการอนุรักษดินและน้ำที่เหมาะสม พื้นดินขาดสิ่งปกคลุม ผิวหนาดินไดรับการปะทะกับฝนและลมโดยตรง

                  ทำใหเกิดการพัดพาไปไดงายและมากขึ้น

                         4) ปญหาภัยแลง

                            ปญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุมน้ำภาคกลาง เปนปญหาที่มีสาเหตุมาจากธรรมชาติ ไดแก สภาพ
                  ลมฟาอากาศที่จะทำใหเกิดฝนตกนอย ขาดพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำเปนแหลงเก็บกักน้ำตนทุน นอกจากนั้นยัง
                  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอม ทำใหเกิดความเสียสมดุลดานระบบนิเวศวิทยา เชน การบุกรุกพื้นที่

                  ปาไม ซึ่งเปนแหลงเก็บกักน้ำตามธรรมชาติ เปลี่ยนเปนพื้นที่เกษตรกรรมทำใหในชวงหนาฝนน้ำไหลหลาก
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59