Page 181 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 181

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                  คำแนะนำ
                  1. เมล็ดที่คลุกไรโซเบียมถั่วพร้าแล้วควรนำไปปลูกทันที ระหว่างรอการปลูกควรเก็บเมล็ดที่คลุกเชื้อแล้วไว้ใน

                     ที่ร่ม และปลูกในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่

                  2. ไถกลบพืชปรับปรุงบำรุงดินถั่วพร้าในช่วงระยะเวลาออกดอก 50 วัน ทิ้งไว้ปล่อยให้ย่อยสลาย 7-10 วัน
                     แล้วจึงปลูกพืชหลักตาม

                  3. เมื่อเปิดซองผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดิน พด.11 (ถั่วพร้า) แล้ว ควรใช้ให้หมด
                     ในคราวเดียว








                  ประโยชน์ของจุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดิน พด.11
                  1. เพิ่มปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจนให้กับพืชปรับปรุงบำรุงดิน เมื่อสับกลบจะเป็นแหล่งธาตุอาหารไนโตรเจน

                     ทดแทนปุ๋ยเคมี ในระบบเกษตรอินทรีย์

                  2. เพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดินช่วยให้พืชปรับปรุงบำรุงดินดูดใช้ และสะสมปริมาณ
                     ฟอสฟอรัสให้กับพืชปรับปรุงบำรุงดินมากขึ้น

                  3. เพิ่มมวลชีวภาพของพืชปรับปรุงบำรุงดิน (ปอเทืองและโสมแอฟริกันเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุ และความ
                     อุดมสมบูรณ์ของดินหลังสับกลบ

                  4. ทำให้การปลูกพืชหลักตามมาได้รับผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น


                          พืชปรับปรุงบำรุงดินที่นิยมใช้ส่วนใหญ่เป็นพืชตระกูลถั่วเนื่องจากขึ้นได้ง่ายและเจริญเติบโตได้ดีแล้ว

                  ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่รากจะเป็นที่อาศัยของไรโซเบียม โดยไรโซเบียมจะตรึงไนโตรเจนจากอากาศให้อยู่ในรูป
                  ที่เป็นประโยชน์ และสารประกอบไนโตรเจนอื่นๆ ให้พืชนำไปใช้ได้ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าพืชตระกูลถั่วที่มี

                  ปริมาณไนโตรเจนสูง ก็เกิดจากการตรึงไนโตรเจนร่วมกันระหว่างพืชตระกูลถั่วและจุลินทรีย์ในดินนั่นเอง

                  ปอเทือง (Crotalaria juncea) ลักษณะลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามากมีดอกสีเหลือง จะออกดอกเมื่ออายุ
                  ประมาณ 45-50 วัน ขึ้นได้ดีในพื้นที่ดอนที่มีการระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ทนแล้งได้ดี ปลูกโดยวิธีการ

                  หว่านอัตราเมล็ดเฉลี่ย 5 กิโลกรัมต่อไร่ จะให้น้ำหนักสด และน้ำหนักแห้งเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2,500-3,000 และ

                  500-840 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ มีปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เฉลี่ย 2.76, 0.22
                  และ 2.4 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สามารถประเมินเป็นปุ๋ยเคมีมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 830-2,258 บาทต่อไร่

                  และสามารถเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินได้เฉลี่ยประมาณ 0.10-0.28 เปอร์เซ็นต์ต่อไร่ นิยมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด
                  ปรับปรุงดินโดยปลูกเป็นพืชหมุนเวียนหรือปลูกแซมกับพืชหลัก เช่น ปลูกปอเทืองไถกลบแล้วปลูกมัน

                  สำปะหลังตามหรือปลูกปอเทืองแซมในแถวข้าวโพด เป็นต้น


                                       คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร

                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน     153
   176   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186