Page 139 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 139

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน






                            7.2.5 หญ้าแฝกมีใบยาว เมื่อตัดสามารถแตกใหม่ได้ง่าย ใบคม
                       แข็งแรง และทนทานต่อการย่อยสลาย

                            7.2.6 หญ้าแฝกมีระบบรากยาว ประสานกันอย่างหนาแน่น
                       ช่วยยึดดิน และรากมีลักษณะอวบ สามารถอุ้มน้ำได้ดี

                            7.2.7 บริเวณรากหญ้าแฝก เป็นที่อาศัยของเชื้อจุลินทรีย์
                       ที่มีประโยชน์หลายชนิดในดิน

                            7.2.8 หญ้าแฝกสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และมี
                       ความทนทานต่อโรคพืชทั่วไป                                   ภาพแสดงลักษณะรากหญ้าแฝก

                            7.2.9 หญ้าแฝกมีส่วนที่เจริญอยู่ต่ำกว่าผิวดิน ช่วยให้สามารถอยู่
                       รอดได้ต่อสภาพต่าง ๆ ดีกว่า


                       7.3 พันธุ์หญ้าแฝก

                            7.3.1 พันธุ์หญ้าแฝกลุ่ม
                                    หญ้าแฝกลุ่มมีใบยาว 45-100 เซนติเมตร กว้าง 0.6-1.2 เซนติเมตร มีหลังใบโค้งปลายใบแบน

                       มีสีเขียวเข้ม เนื้อใบค่อนข้างเนียน มีไขเคลือบมากทำให้ดูมัน ท้องใบออกสีขาวซีดกว่าด้านหลังใบ และเมื่อนำ
                       ใบส่องดูกับแดดจะเห็นรอยกั้นขวางในเนื้อใบ ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นใบบริเวณส่วนโคนและกลางใบ

                       เส้นกลางใบ ฝังอยู่ในตัวแผ่นไม่โตหรือเด่นชัดเจน หญ้าแฝกลุ่มที่อายุประมาณ 1 ปี จะมีรากที่หยั่งลึกได้
                       ประมาณกว่า  1 เมตร ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพของดิน และความสมบูรณ์ของพืช
                            สำหรับพันธุ์หญ้าแฝกลุ่ม ที่แนะนำในการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ตามโครงการรณรงค์การปลูก

                       หญ้าแฝกของกรมพัฒนาที่ดิน มีรวมทั้งหมด 4 พันธุ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

                                 1) พันธุ์ศรีลังกา เจริญเติบโตในสภาพพื้นที่เป็นดินลูกรัง อากาศหนาวเย็น มีร่มเงา แตกกอ
                       10 ต้นต่อกอ เส้นผ่าศูนย์กลางกอ 11 เซนติเมตร สูง 101 เซนติเมตร แตกกอค่อนข้างหลวม หน่อกลม
                       ยืดปล้องเร็ว โคนกอเล็ก ใบแก่ค่อนข้างเล็ก ท้องใบสีขาวน้อยคล้ายใบหญ้าแฝกดอน ดอกมีสีม่วง หลังจากปลูก

                       ขยายพันธุ์ง่ายในสภาพที่มีความชื้นสูง แสงน้อย แต่จะไม่ต้านทานโรคโคนเน่า

                                 2) พันธุ์กำแพงเพชร 2 เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่เป็นดินทรายถึงดินลูกรัง แตกกอ
                       18 ต้นต่อกอ เส้นผ่าศูนย์กลางกอ 8 เซนติเมตร สูง 94 เซนติเมตร แตกกอค่อนข้างหลวม หน่อกลมค่อนข้าง
                       เล็กยืดปล้องเร็ว ทรงพุ่มกางใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงแดง ออกดอกเมื่ออายุประมาณครึ่งเดือน

                       ต้นโตปล้องไม่ตรง ให้น้ำหนักสดสูง ให้คุณค่าทางอาหารสัตว์ดีกว่าพันธุ์อื่น ๆ ทั้งในด้านปริมาณโปรตีน

                       (มีโปรตีน 5.2 % น้ำหนักแห้ง) วัตถุแห้งที่ย่อยได้ อายุตัดใบ 4 สัปดาห์
                                 3) พันธุ์สุราษฎร์ธานี เจริญเติบโตในสภาพพื้นที่ที่เป็นดินร่วนเหนียวและดินลูกรัง แตกกอ 22 ต้น
                       ต่อกอ เส้นผ่าศูนย์กลางกอ 13 เซนติเมตร สูง 108 เซนติเมตร แตกกอหลวม หน่อกลมอวบ ยืดปล้องเร็ว

                       ทรงพุ่มกางมาก ใบสีเขียวอ่อน ท้องใบขาว ดอกสีม่วงแดง
                                 4) พันธุ์สงขลา 3 เจริญเติบโตในสภาพพื้นที่เป็นดินร่วนเหนียวทรายถึงลูกรัง แตกกอ 24 ต้น

                       ต่อกอ เส้นผ่าศูนย์กลางกอ 13 เซนติเมตร สูง 112 เซนติเมตร แตกกอหลวม หน่อกลมอวบยืดปล้องเร็ว
                       ใบสีเขียวอ่อน ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงแดง

                                       คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร                 111

                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144