Page 122 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 122
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
2) แผนที่การแพร่กระจายของคราบเกลือบนผิวดิน โดยพิจารณาการมีคราบเกลือบนผิวดินทั้ง
ปริมาณและขอบเขต ด้วยการตรวจสอบในสนาม ซึ่งพบการแพร่กระจายคราบเกลือบนผิวดิน (ระดับ 1-3)
มีเนื้อที่รวม 4,090,669 ไร่ ประกอบด้วย
- พื้นที่ระดับ 1 การแพร่กระจายของคราบเกลือ มากกว่าร้อยละ 50 เนื้อที่ 74,094 ไร่
- พื้นที่ระดับ 2 การแพร่กระจายของคราบเกลือ ร้อยละ 10-50 เนื้อที่ 176,092 ไร่
- พื้นที่ระดับ 3 การแพร่กระจายของคราบเกลือ ร้อยละ 1-10 เนื้อที่ 3,840,483 ไร่
สภาพการใช้ที่ดินในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
จากข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลสภาพการใช้ที่ดินในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือชายทะเลและภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือปัจจุบัน ปี 2562 - 2564 พบว่ามีการใช้ที่ดินเป็นพื้นที่เกษตรกรรมมากที่สุด มีเนื้อที่
2,863,678 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 56.82 ของเนื้อที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ พื้นที่ป่าไม้
มีเนื้อที่ 1,423,526 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 28.27 ของเนื้อที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือทั้งหมด พื้นที่ชุมชนและสิ่ง
ปลูกสร้าง มีเนื้อที่ 254,440 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.17 ของเนื้อที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือทั้งหมด พื้นที่
เบ็ดเตล็ด มีเนื้อที่ 222,797 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4.42 ของเนื้อที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือทั้งหมด และพื้นที่น้ำ
มีเนื้อที่ 167,393 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.32 ของเนื้อที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือทั้งหมด และพื้นที่เกษตรกรรมที่
มีเนื้อที่ในดินที่มีผลกระทบจากเกลือมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ พื้นที่นา 2,098,581 ไร่ รองลงมา ได้แก่ สถานที่
เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 558,848 ไร่ และพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น 160,426 ไร่ ตามลำดับ จังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรรมใน
ที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ นครราชสีมา 1,145,074 ไร่ ขอนแก่น 277,479 ไร่ และ
ร้อยเอ็ด 236,807 ไร่ ตามลำดับ
การจัดการดินที่มีผลกระทบจากเกลือของประเทศไทย
1) การจัดการพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือชายทะเล ได้แก่ การสร้างคันดินเพื่อกั้นน้ำทะเล และมี
ประตูระบายน้ำควบคุมการปิด-เปิดตามการขึ้นลงของน้ำทะเลเพื่อป้องกันน้ำเค็มไหลเข้าพื้นที่การเกษตร เพื่อ
ระบายน้ำที่ล้างเกลือออกจากดินเพื่อลดระดับความเค็ม ร่วมกับการปรับปรุงดินด้วยวัสดุปรับปรุงดินเพื่อเพิ่ม
ผลผลิตพืช พร้อมทั้งการคัดเลือกชนิดพืชทนเค็ม และพันธุ์ข้าวทนเค็ม
ส่วนในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัดควรฟื้นฟูเพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าที่มี
คราบเกลือให้สามารถทำการเพาะปลูกได้โดยวิธีการทางพืช คือ การปลูกไม้ยืนต้นทนเค็ม และหญ้าทนเค็ม คือ
กระถินออสเตรเลียและหญ้าดิ๊กซี่ และการป้องกันการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ แนะนำให้มี
การปลูกต้นไม้โตเร็วบนเนินพื้นที่รับน้ำ และการพัฒนาบ่อน้ำตื้นแล้วสูบน้ำมาใช้ซึ่งเป็นการลดระดับน้ำใต้ดิน
2) การจัดการพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือภาคกลาง เป็นการปรับปรุงดินเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ
ทดแทนการปลูกข้าวให้เหมาะสมกับระดับความเค็ม โดยใช้วัสดุปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตพืช ได้แก่ ปุ๋ยหมัก
ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ขี้เถ้าแกลบ แกลบ เป็นต้น ควบคู่กับการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสม คือ การปลูกโดยวิธี
ยกร่อง แล้วปลูกตรงตำแหน่งที่หลีกเลี่ยงการสะสมเกลือ ใช้วัสดุคลุมดินหลังการปลูก และมีการจัดน้ำอย่าง
ประหยัดและมีประสิทธิภาพเพียงพอกับความต้องการของพืช โดยการให้น้ำแบบหยดหรือมินิสปิงเกอร์
เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และควบคุมปริมาณเกลือไม่ให้สะสมบริเวณรากพืช
3) การจัดการพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบ
จากเกลือระดับเค็มน้อยและปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในที่ลุ่มเป็นนาข้าว การจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว โดย
คัดเลือกพันธุ์ข้าวทนเค็ม เช่น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 กข6 และ กข15 เป็นต้น ปักดำต้นกล้าข้าวอายุ 30-35 วัน
ร่วมกับการปรับระดับพื้นที่นาลักษณะที่ 1 หรือลักษณะที่ 2 ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่ทำทางระบายน้ำ
เพื่อชะล้างเกลือจากแปลงข้าว และปรับระดับดินให้สม่ำเสมอกัน ร่วมทั้งการปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ ได้แก่
สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย 103
กรมพัฒนาที่ดิน

