Page 84 - รายงานฉบับสมบูรณ์ แนวปฏิบัติการที่ดี (good practices) บริเวณพื้นที่ดินเค็มในประเทศไทย
P. 84

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





               ตาย รวมทั้งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ท าให้ไม่สามารถเพาะปลูกข้าว และให้ผลผลิตได้ตามต้องการ


               ส่งผลให้รายได้ของครัวเรือนต ่า โดยได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น จุลินทรีย์สารเร่งพด. พืช


               ปุ๋ ยสด หญ้าแฝก แหล่งน ้าในไร่นา และค าแนะน าของเจ้าหน้าที่ จากส านักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 กรม


               พัฒนาที่ดิน มาตั้งแต่ปี 2540  พร้อมน าแนวทางที่ได้รับจากการเรียนรู้ไปปฏิบัติและพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าว


               ขาวดอกมะลิ 105ของตนเอง จ านวน 7 ไร่ จากเดิมพื้นที่ดังกล่าวปลูกพืชชนิดใดก็ไม่สามารถให้ผลผลิตได้


               เมื่อได้น าองค์ความรู้ด้านการใช้พืชปุ๋ ยสดในพื้นที่ดินเค็มเพื่อปลูกข้าว ร่วมกับการใช้น ้าหมักชีวภาพจาก


               หน่อกล้วย และใช้ปุ๋ ยเคมีตามค าแนะน าตั้งแต่ปี 2547 ได้ผลผลิตเฉลี่ย 180-250 กิโลกรัมต่อไร่ และได้


               ปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมาจนถึงปี 2554 ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 400 กิโลกรัมต่อไร่


                       ตลอดระยะเวลา 16 ปี หลังจากใช้ปอเทืองปรับปรุงดินติดต่อกันทุกปี ท าให้ดินมีโครงสร้างดีขึ้นดิน


               ร่วนซุย ความเค็มของดินลดลง  จนเกิดจุดเริ่มต้นของการท าเกษตรโดยยึดหลักเกษตรธรรมชาติฟื้นฟูพื้น



               ที่ดินเค็มโดยไม่ใช้ปุ๋ ยเคมีตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน  รวมทั้งตัวเกษตรกรเองใช้เทคนิควิธีการสังเกตสภาพ


               ดินฟ้าอากาศ ร่วมกับการบริหารจัดการน ้าให้พอเพียงในระยะฝนทิ้งช่วงจากสภาวะอากาศแปรปรวน และ


               ใช้ปอเทืองอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นพืชปุ๋ ยสดในการปรับปรุงดิน ทุกๆสองปี ร่วมกับการเลือกใช้พันธุ์ข้าว


               หอมทนเค็ม ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะสามารถทนแล้ง และศัตรูพืชได้ดีท าให้ได้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 500-600


               กิโลกรัมต่อไร่


                       หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้ว ท าการอนุรักษ์ดินและน ้าในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อรักษาความชื้นของ


               ดินไว้ในช่วงฤดูแล้งโดยใช้วิธีไถกลบตอซัง ไม่เผา หว่านปอเทือง คลุมหน้าดินด้วยเศษฟางข้าว ใบไม้ และ



               ไม่ไถกลบช่วงออกดอก ปล่อยให้ล าต้น กิ่งก้าน ร่วงตามธรรมชาติ ใช้น ้าหมักฉีดพ่นหลังเก็บเกี่ยวเมล็ดปอ


               เทือง จนถึงช่วงฤดูฝนเมื่อปริมาณฝนตกมากพอจนสามารถกักเก็บน ้าไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูก


               แล้ว เกษตรกรยังใช้เทคนิคล้างเกลือจากผิวดินลงแหล่งน ้า พร้อมกับมีการปรับปรุงคุณภาพน ้าในแหล่งน ้า


               ด้วยน ้าหมักชีวภาพอัตราประมาณ 40 ลิตรต่อลูกบาศก์เมตร ช่วยให้การใช้น ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


                                                           75
   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89