Page 161 - รายงานฉบับสมบูรณ์ แนวปฏิบัติการที่ดี (good practices) บริเวณพื้นที่ดินเค็มในประเทศไทย
P. 161
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ออกมาใหม่ น าไปปลูกในนาโดยใช้ระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร หลังจากปลูกต้องให้น ้าอย่างสม ่าเสมอ
เมื่ออายุได้ 1 เดือนใส่ปุ๋ ยสูตร 15-15-15 ต้นละ 1 ช้อนชา เมื่อถึงอายุ 4-6 เดือน จึงขุดน าไปเพาะช าใน
ถุงพลาสติก หรือเตรียมเป็นกล้ารากเปลือยส าหรับใช้ประโยชน์ต่อไป พื้นที่ 1 ไร่ ได้กล้าหญ้าแฝกเฉลี่ย
100,000 กล้า ท าให้มีรายได้จากการขายพันธุ์หญ้าแฝกอยู่ที่ 30,000 บาทต่อปี เนื่องจากแฝกพันธุ์สงขลา 3
สามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่มีความเค็มน้อยถึงปานกลางและตลาดมีความต้องการมาก ที่นี่จึงเป็นแหล่ง
ผลิตกล้าหญ้าแฝกที่ส าคัญของทุ่งกุลาร้องไห้
4. การปลูกกระถินออสเตรเลียบนคันนาเป็นไม้ทนเค็มจัดที่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดโดยเก็บจากต้นที่
อายุ 2 ปีขึ้นไปดอกเริ่มออกในเดือนตุลาคมและทยอยเก็บเมล็ดได้ในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เนื่องจากฝัก
แก่ไม่พร้อมกันก่อนเพาะเมล็ดแช่ในน ้าร้อน 90 องศาเซลเซียสนาน 1 นาทีเพื่อท าลายระยะพักตัว ใช้ดินร่วน
ปนทราย ขี้เถ้าแกลบ ผสมปุ๋ ยคอกหรือปุ๋ ยหมักอัตราส่วน 2:2:1 เป็นวัสดุปลูก ย้ายกล้าลงถุงพลาสติกที่เจาะ
รูไว้หลังเมล็ดงอก 7 วันมีความสูงประมาณ 5 เซนติเมตร ในช่วงเดือนที่ 3 ให้กล้าได้รับแสงเต็มที่เพื่อเพิ่ม
ความแกร่ง ย้ายกล้าอายุไม่เกิน 3 เดือนลงปลูกช่วงต้นฝนเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ใช้ระยะปลูก 2 เมตร
ตามแนวคันนา ขนาดหลุม 30x30x30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ ยคอกและปุ๋ ยหมักคลุกเคล้ากับดินรองก้นหลุม เมื่อ
กลบหลุมปลูกแล้วใช้แกลบคลุมนายสมพรสามารถผลิตกล้ากระถินออสเตรเลียเพื่อจ าหน่ายได้ปีละ
10,000 กล้า ราคาจ าหน่ายต้นละ 4 บาทท าให้มีรายได้จากการจ าหน่ายกล้าอยู่ที่ 40,000 บาทต่อปี การ
ปลูกกระถินออสเตรเลียเป็นทางเลือกที่เกษตรกรในพื้นที่ดินเค็มจัดสามารถด าเนินการได้ด้วยตนเอง เพื่อ
ฟื้นฟูดินที่มีสภาพเสื่อมโทรมให้มีคุณภาพดีขึ้นได้
5. ผลส าเร็จจากการใช้เทคโนโลยี จัดการบริหารน ้าให้ลงตัวกับดินตามความต้องการของข้าว และ
จัดระบบการปลูกพืชแบบผสมผสานเป็นสภาพแวดล้อมซึ่งพื้นที่อื่นไม่มีสภาพเช่นนี้ ทุ่งกุลาร้องไห้จึงเป็น
แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิชั้นดีที่มีความเหมาะกับพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในการสร้างสารหอมระเหยที่มี
ชื่อว่า 2-Acetyl-1-Pyrroline หรือสาร 2AP เป็นสารชนิดเดียวกับที่พบในใบเตย จะมีกลิ่นเหมือนมะลิ
152

