Page 94 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 94

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        64




                                     ผลการคำนวณค่าดัชนีคุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน พบว่า ค่าดัชนี
                       คุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินโดยรวมมีค่าสูงสุดในพื้นที่ป่า (F) โดยมีค่าเท่ากับ 0.620

                       ซึ่งมีค่าใกล้เคียงและไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับค่าดัชนีคุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน
                       โดยรวมของแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y) และพบว่า ค่าดัชนี

                       คุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินโดยรวมมีค่าต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุ

                       หลังเปิดกรีด   (18-22 ปี) (R3o) คือ 0.394 ทั้งนี้ ไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับค่าดัชนีคุณภาพสมบัติ
                       ทางกายภาพและเคมีของดินโดยรวมในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี)

                       (R1o) แปลงปลูกยางพารารอบที่ 2 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R2o) และแปลงปลูกยางพารา

                       รอบที่ 3 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y) (ภาพที่ 12)
                                     ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากแต่ละองค์ประกอบของสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน

                       พบว่า ค่าดัชนีคุณภาพของความหนาแน่นรวมของดิน (bulk density) และปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด

                       (total nitrogen) มีค่ามากที่สุดในพื้นที่ป่า (F) และมีค่าต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุ
                       ก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y) ในขณะที่ค่าดัชนีคุณภาพของปริมาณโพแทสเซียมและแคลเซียมที่เป็น

                       ประโยชน์ต่อพืช (available potassium and calcium) ซึ่งมีค่าดัชนีคุณภาพมากที่สุดในพื้นที่ป่า (F)
                       เช่นเดียวกัน  แต่มีค่าต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o)

                       สำหรับค่าดัชนีคุณภาพของปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available phosphorus)

                       พบว่า มีค่าสูงสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y) และมีค่าต่ำสุด
                       ในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o) และพบว่า ค่าดัชนีคุณภาพ

                       ของค่าการนำไฟฟ้าในดิน (electrical conductivity: EC) มีค่าสูงสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3
                       ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y) และมีค่าต่ำสุดในพื้นที่ป่า (F) (ตารางที่ 13)
   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99