Page 52 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 52

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        38




                              2.5 ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available phosphorus)
                                     ผลการวิเคราะห์ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดิน พบว่า ดินในแปลง

                       ปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y) มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อ
                       พืชสูงที่สุด คือ 22.43 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยพบว่า ไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับดินในแปลงปลูก

                       ยางพารารอบที่ 2 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R2y) ในขณะที่ดินในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1

                       ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1o) มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืชต่ำที่สุด คือ 3.96
                       มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับดินในพื้นที่ป่า (F) แปลงปลูกยางพารารอบที่ 2

                       ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R2o) แปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี)

                       (R3y) และแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o)
                              2.6 ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available potassium)

                                     ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดินที่มีการปลูกยางพาราเป็นพืช

                       เชิงเดี่ยวมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยดินในพื้นที่ป่า (F) มีปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
                       มากที่สุด คือ 99.56 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ ไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับดินในแปลงปลูก

                       ยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y) แปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุหลังเปิด
                       กรีด (18-22 ปี) (R1o) แปลงปลูกยางพารารอบที่ 2 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R2y) และแปลง

                       ปลูกยางพารารอบที่ 2 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R2o) แต่มีความแตกต่างทางสถิติกับแปลง

                       ปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y) และแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วง
                       อายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o) โดยแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี)

                       (R3o) ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดินต่ำที่สุด คือ 15.61 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
                              2.7 ปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available calcium)

                                     ดินในพื้นที่ป่า (F) มีปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดินสูงที่สุด คือ

                       359.17 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับดินในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วง
                       อายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y) แปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1o)

                       และแปลงปลูกยางพารารอบที่ 2 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R2y) ในขณะที่ดินในแปลงปลูก

                       ยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o) ปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชใน
                       ดินต่ำที่สุด คือ 33.11 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57