Page 64 - โครงการอนุรักษ์ดินและน้ำ : บริบทแห่งการพัฒนาพื้นที่สูงที่ยั่งยืน
P. 64

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                          9-2




                     9. ปัจจัยหลักที่ส าคัญประการหนึ่งในการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ า คือ “การมีส่วนร่วมของผู้ใช้
               ประโยชน์ในที่ดิน” จากการส ารวจความเห็นของเกษตรกรที่ท ากินอยู่บนพื้นที่ลุ่มน้ าชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2
               รวม 6 จังหวัด โดยสถานีพัฒนาที่ดินน่าน พะเยา เชียงราย สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง ในช่วงต้นเดือน

               พฤษภาคม 2563 พบว่าเกษตรกรมีความประสงค์ที่จะให้ภาครัฐเข้ามาด าเนินการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ า
               โดยที่เกษตรกรได้คุ้นเคยกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ทั้งมาตรการวิธีกลและมาตรการวิธีพืช เช่น เกษตรกรใน
               พื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่ ขอรับการสนับสนุนในการจัดท า “คูรับน ้าขอบเขา” และเกษตรกรในภาคใต้ส่วนใหญ่
               ขอรับการสนับสนุนในการจัดท า “ขั นบันไดดิน” ซึ่งเป็นมาตรการที่กรมพัฒนาที่ดินได้ด าเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
               ดังกล่าวข้างต้น

                     10. ผลจากการส ารวจความเห็นของเกษตรกรที่ท ากินอยู่บนพื้นที่ลุ่มน้ าชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 อีกประการหนึ่ง
               คือ “เกษตรกรรับรู้ถึงความเสื่อมโทรมจากการชะล้างพังทลายของดิน” โดยได้ให้ข้อสังเกตถึงความเสี่ยงจากการใช้
               ที่ดินโดยไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ซึ่งได้ประมวลไว้ในตารางที่ 9-1


               ตารางที่ 9-1 ความเสี่ยงจากการใช้ที่ดินโดยไม่มีการอนุรักษ์ดินและน ้า และสถานภาพหลังการจัดท้าระบบ
                               อนุรักษ์ดินและน ้า

                           ความเสี่ยงจากการใช้ที่ดิน
                        กรณีไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน ้า        สถานภาพหลังการจัดท้าระบบอนุรักษ์ดินและน ้า
                1. เกิดความเสื่อมโทรมของดิน จากการชะล้างพังทลายของ 1. มีแผนการใช้ที่ดินที่มีผลต่อการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรที่
                ดินอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืชลดลง            ยั่งยืนและสอดคล้องกับแผนพัฒนาอาชีพเฉพาะพื้นที่
                2. มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นการท าการเกษตรที่ไม่ยั่งยืน   2.ลดการชะล้างพังทลายของดิน โดยมาตรการวิธีกลและ
                3. ปลูกพืชได้ครั้งเดียว เฉพาะในฤดูฝน          วิธีพืช
                4. แห้งแล้งมากในช่วงฤดูแล้ง สูญเสียน้ าในดินจากการ 3. มีแหล่งน้ าเพื่อการเกษตร
                ระเหยของน้ า และขาดอินทรียวัตถุในการอุ้มน้ า   4. มีระบบกระจายน้ าที่ใช้ระบบประหยัด คือ ระบบท่อและ
                5. มีโอกาสเกิดดินถล่ม                         ระบบสูบน้ าด้วยแสงอาทิตย์
                6. มีปัญหาหมอกควันจาการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก   5. บางพื้นที่สามารถปลูกพืชได้ 2 ครั้ง
                7. ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ปัจจุบันยังคงมีอยู่    6. บางพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นที่มีผลตอบแทนสูง เช่น อะโวคาโด
                                                              แมคคาเดเมีย แทนการปลูกพืชไร่
                   “นโยบายของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26   7. มีการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
                พฤศจิกายน 2561 กรณีลุ่มน้้าชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 รวมทั้ง  8. ลดปัญหาหมอกควัน
                ค้าสั่ง คทช. ในการพัฒนาอาชีพก้าหนดให้มีการอนุรักษ์  9. ลดปัญหาความแห้งแล้ง เนื่องจากมีแหล่งน้ า พื้นที่ป่าไม้
                ดินและน้้า”                                   และไม้ยืนต้นเพิ่มขึ้น

                                                              10. มีโครงสร้างพื้นฐานที่อ านวยความสะดวกในพื้นที่ เช่น
                                                              ถนน แหล่งน้ า ระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์
   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69