Page 63 - โครงการอนุรักษ์ดินและน้ำ : บริบทแห่งการพัฒนาพื้นที่สูงที่ยั่งยืน
P. 63

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                          9-1




                                                           บทที่ 9

                                 การอนุรักษ์ดินและน ้า : บริบทแห่งการพัฒนาพื นที่สูงที่ยั่งยืน


                     1. อารยธรรมเกษตรที่รุ่งเรืองบนพื้นที่สูงในทวีปตะวันออกกลางและอเมริกากลาง ได้ล่มสลายลงเพราะมี
               การใช้ที่ดินที่ผิดพลาด มีการตัดไม้ท าลายป่าบนพื้นที่สูง ขาดการอนุรักษ์ดินและน้ าซึ่งได้มีการบันทึกไว้ใน

               ประวัติศาสตร์ว่าเป็นบทเรียนที่ส าคัญ
                      2. ความรุ่งเรืองและการล่มสลายของมนุษยชาติกับอารยธรรมการเกษตรในอดีตเมื่อ 7000 ปีที่ผ่านมา
               ได้แก่อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ในเวลาต่อมาอารยธรรมอียิปต์ อารยธรรมลุ่มน้ าฮวงโห อารยธรรมลุ่มน้ าสินธุ
               อารยธรรมของอาณาจักรกรีซและโรมัน รวมทั้งอารยธรรมในอเมริกากลาง เช่น อาณาจักรมายา อินคา และแอซแทค

               ได้ล่มสลายลงด้วยสาเหตุที่ส าคัญ คือ ความเสื่อมโทรมที่เกิดจากการชะล้างพังทลายของดิน
                     3. การล่มสลายของอารยธรรมเกษตรที่เกิดขึ้นบนพื้นสูงซึ่งได้ปรากฎขึ้นนั้น ได้น าไปสู่ความส าคัญในการ
               บริหารจัดการ เพื่อน าไปสู่การใช้ที่ดินบนพื้นที่สูงที่ยั่งยืนโดยองค์การสหประชาชาติ

                     4. อย่างไรก็ตามได้มีการใช้ที่ดินบนพื้นที่สูงที่ยั่งยืน โดยการท าขั้นบันไดเพื่อการเกษตรมาเป็นเวลาอย่างน้อย
               2,000 ปีที่ Banaue ในประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งในประเทศเปรู ญี่ปุ่น สาธารณประชาชนจีน และเวียดนาม
               ซึ่งในปัจจุบันได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส าคัญของประเทศ
                     5. ในกรณีของประเทศไทยนั้นมีพื้นที่สูงถึงหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศ คือ ประมาณ 101 ล้านไร่
               พื้นที่ส่วนหนึ่งได้มีการน ามาใช้เพื่อการเกษตรที่ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า พื้นที่สูงดังกล่าวนี้เป็นแหล่งต้นน้ า

               ของแม่น้ าที่ส าคัญในภาคต่างๆ ของประเทศไทย
                     6. การน าพื้นที่สูงหรือพื้นที่ภูเขาในประเทศไทยมาใช้เพื่อการเกษตรและกิจกรรมอื่นๆนั้น ได้มีปัญหาการ
               ชะล้างพังทลายของดิน จากการศึกษาของกรมพัฒนาที่ดินในปี พ.ศ.2563 พื้นที่สูงในภาคต่างๆ มีการชะล้าง

               พังทลายของดินรวม 102 ล้านไร่ มีการสูญเสียดินรุนแรงมากที่สุด คือ มากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปีมากถึง 7.89 ล้านไร่
               มีมูลค่าการสูญเสียธาตุอาหารหลักจากการชะล้างพังทลายของดินในภาพรวม คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
               และโปแตสเซียม ไร่ละ 92.19 บาท
                     7. เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในประเทศไทย กรมพัฒนาที่ดินได้ด าเนินการค้นคว้า สาธิต

               และด าเนินการด้านอนุรักษ์ดินและน้ าในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าห้าทศวรรษ ได้มีนโยบาย
               ของรัฐ และที่มาของอ านาจตามกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 กรมพัฒนาที่ดินได้ด าเนินการ
               พัฒนาพื้นที่สูงโดยการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ ากระจายไปในพื้นที่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ
                     8. เพื่อยืนยันถึงบทบาทของการอนุรักษ์ดินและน้ าในการป้องกันความเสื่อมโทรมของดินจากการชะล้าง

               พังทลายของดิน ได้มีการสร้างแบบจ าลองเปรียบเทียบการชะล้างพังทลายของดินกรณีที่มีและไม่มีระบบอนุรักษ์
               ดินและน้ า ในพื้นที่ 6 จังหวัด คือ น่าน พะเยา เชียงราย สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง โดยใช้สมการการสูญเสียดิน
               สากล (USLE)  พบว่าเมื่อมีการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ าในพื้นที่ที่มีการชะล้างพังทลายของดินที่รุนแรงมาก
               การชะล้างพังทลายของดินจะลดลง
   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68