Page 9 - การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพาราในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
P. 9
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ชื่อโครงการ การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพารา ในเขต
พัฒนาที่ดินลุ่มน้้าแหง อ้าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
The Study of Vetiver Grass Strips With Terrace on Para Rubber
Growth in Nam Hang Watershed Land Development Zone,
Nanoi District, Nan Province
ทะเบียนวิจัย 58 60 02 11 20003 021 102 03 11
กลุ่มชุดดินที่ / ชุดดิน กลุ่มชุดดินที่ 55 ชุดดินวังสะพุง (Wang Saphung series: Ws)
ผู้ด าเนินการ นางมัลลิกา แก้วปิยะทรัพย์ Mrs. Mallika Kaewpiyasup
ผู้ร่วมด าเนินการ นายศรัญณุพงศ์ ชัยวัฒนกุล Mr. Srunnupong Chaiwattanagul
นายประทีป กุลณาวงค์ Mr.Prateep Kulnawong
บทคัดย่อ
การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพารา ในเขตพัฒนา
ที่ดินลุ่มน้้าแหง อ้าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน สถานที่ บ้านใหม่มงคล อ้าเภอนาน้อย จังหวัดน่านอยู่ในกลุ่มชุด
ดินที่ 55 ชุดดินวังสะพุง (Wang Saphung series: Ws) ระยะเวลาในการด้าเนินการปี พ.ศ. 2558-2560 โดย
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของแถบหญ้าแฝกที่ปลูกเป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้้าที่มีต่อการเจริญเติบโตของ
ยางพาราและศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และกายภาพของดิน ในการใช้แถบหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดิน
และน้้าในระบบการปลูกยางพาราเปรียบเทียบกับการใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้้าอย่างอื่นวางแผนการ
ทดลองแบบสังเกตการณ์ (Observation trial) มีวิธีการจ้านวน 5 วิธีการ ดังนี้ วิธีการที่ 1 ไม่มีมาตรการ
อนุรักษ์ดินและน้้า วิธีการที่ 2 คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้้า วิธีการที่ 3 ใช้แถบหญ้าแฝกเป็น
มาตรการอนุรักษ์ดินและน้้าวิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและ
น้้า วิธีการที่ 5 ใช้คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้้าและมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดิน
ผลการทดลองพบว่า การใช้คันดินแบบที่ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้้าและมีการปลูก
หญ้าแฝกบนสันคันดิน ส่งผลให้สมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้น ความหนาแน่นของดินลดลงจาก 1.52 เป็น
1.32 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ปริมาณความชื้นในดินที่ระดับ 0-15 และ 0-40 เซนติเมตรมีค่าเพิ่มขึ้นสูงสุด
จาก 15.19 เป็น 23.83 เปอร์เซ็นต์ และ 17.95 เป็น 26.85 เปอร์เซ็นต์ตามล้าดับ สมบัติทางเคมีของดินดีขึ้น
ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินมีค่าเพิ่มสูงขึ้นจาก 4.2 เป็น 4.5 ปริมาณอินทรียวัตถุเพิ่มสูงขึ้น จาก 3.03
เป็น 3.71 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในดินมีค่าเพิ่มสูงขึ้นจาก 35.65 เป็น 69 มิลลิกรัมต่อ
กิโลกรัม และสูงกว่าวิธีไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้้า การเจริญเติบโตของยางพาราในด้านความสูงพบว่า
วิธีการที่ 5 ใช้คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้้าและมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดิน มีอัตราการ
เจริญเติบโตด้านความสูงเฉลี่ยสูงสุด จาก 74.77 เป็น 206.67 เซนติเมตรและมีขนาดเส้นรอบวงเฉลี่ยใกล้เคียง
กับวิธีการอื่นๆ (6.22 เซนติเมตร) และมีความกว้างของทรงพุ่มเฉลี่ยสูงสุด 152.9 เซนติเมตร สรุปได้ว่า
วิธีการใช้คันดินแบบที่ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้้าและมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินเป็นวิธีการที่
เหมาะสมมากที่สุด รองลงมาคือวิธีการใช้แถบหญ้าแฝกเป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้้า

