Page 12 - การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพาราในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
P. 12

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                         3


                   คันดินกั้นน้ า (Broadbase terrace or field terrace) เป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ าที่มีความส าคัญ ฯลฯ
                   สร้างขึ้นขวางความลาดเทของพื้นที่ แบ่งพื้นที่ออกเป็นช่วงๆ เพื่อปูองกันการชะล้างพังทลายของดิน ฯลฯ
                   ส่วนใหญ่ใช้กับพื้นที่ที่มีความลาดเทตั้งแต่ 2-12 เปอร์เซ็นต์ แต่อาจใช้ได้กับพื้นที่ที่มีความลาดเทต่ ากว่า 2

                   เปอร์เซ็นต์ หรือสูงไปจนถึง 15 เปอร์เซ็นต์ (สุธน, 2531)
                          นอกจากนี้ยังพบว่าในปัจจุบันได้มีการน าเอาหญ้าแฝกเข้ามาร่วมในระบบการอนุรักษ์ดินและน้ า
                   เนื่องจากเป็นพืชที่มีระบบรากลึกท าให้สามารถยึดและดักตะกอนดินไม่ให้ลงสู่แหล่งน้ าธรรมชาติได้ ซึ่งจาก
                   ผลการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการปลูกแถบหญ้าระยะห่างต่างๆ กันในการอนุรักษ์ดินและน้ าบนพื้นที่สูง ของ

                   วาสุเทพ และคณะ (2543) พบว่า การปลูกข้าวไร่ระหว่างแถบหญ้าแฝกตามค่า V.I.=3 เมตร และวิธีการ
                   ปลูกข้าวระหว่างแถบหญ้ารูซี่ตามค่า V.I.=3 เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ า การปรับปรุง
                   บ ารุงดิน รวมทั้งการให้ผลผลิตตอบแทนที่คุ้มค่า เพราะวิธีการทั้งสองสามารถชะลอปริมาณน้ าไหลบ่าให้ลง

                   ดินได้มากขึ้น ช่วยกรองตะกอนและไม่เสียพื้นที่เพาะปลูกไปมากนัก
                          การปลูกหญ้าแฝกเพื่อปูองกันการเสียหายของขั้นบันไดดินหรือคันคูรับน้ าขอบเขาซึ่งในพื้นที่ลาด
                   ชันมักนิยมปลูกบนขั้นบันไดหรือมีการก่อสร้างคันคูดินขอบเขา ซึ่งเป็นการลงทุนสูง การปูองกันการ
                   เสียหายก็โดยการปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวในบริเวณขอบขั้นบันไดหรือคันคูดิน การปลูกหญ้าแฝกเป็นแถว
                   ตามแนวระดับขวางความลาดชัน การปลูกแบบนี้จะเห็นผลดียิ่ง เมื่อหญ้าแฝกมีความเจริญและแตกกอขึ้น

                   เต็มตลอดแนวจนไม่มีช่องว่าง ซึ่งถือว่ามีประโยชน์สูงสุด เพราะเมื่อมีน้ าไหลบ่าหรือมีการพัดพาดินไป
                   กระทบแถวกอหญ้าแฝก ซึ่งจะท าหน้าที่ชะลอ ความเร็วของน้ าลงและดักเก็บตะกอนดินไว้ ส่วนน้ าจะไหล
                   บ่าซึมลงไปสู่ดินชั้นล่างได้มากขึ้นอันจะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดินเบื้องล่างและน้ าที่ผิวดินก็ไหลผ่าน

                   แนวต้นหญ้าแฝกไปได้ ส่วนรากหญ้าแฝกนั้นก็หยั่งลึกลงไปในดินอาจลึกถึง 3 เมตร ซึ่งสามารถยึดดิน
                   ปูองกันการชะล้างได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการชะล้างแบบเป็นหน้ากระดาน หรือเป็นร่องลึก และแบบ
                   อุโมงค์เล็กใต้ดิน เมื่อแถวหญ้าแฝกท าหน้าที่ดักตะกอนดินเป็นระยะเวลานาน ก็จะเกิดการสะสมทับถมกัน
                   ของตะกอนดินบริเวณหน้าแถวหญ้าแฝกเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี กลายเป็นคันดินธรรมชาติไปในที่สุด (ศูนย์ศึกษา

                   การพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชด าริ, 2550)
                          มาตรการในการช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ในดินให้ได้อย่างยาวนาน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายๆ และมี
                   ประสิทธิภาพ ได้แก่การปลูกหญ้าแฝกแถวเดียว เป็นแนวรั้วตามแนวระดับ ขวางความลาดเทของพื้นที่
                   โดยแนวรั้วหญ้าแฝกดังกล่าว จะท าหน้าที่ลดแรงปะทะ ของน้ าฝนที่ไหลบ่า ท าให้น้ าแผ่กระจายและไหล

                   ซึมผ่านแนวรั้วหญ้าแฝก ซึ่งจะท าให้น้ า มีโอกาสไหลซึมลงเก็บกักรักษาไว้ในดินได้ทั่วพื้นที่ ซึ่งจะท าให้ ดิน
                   มีความชุ่มชื้น เป็นประโยชน์ต่อพืชหลักที่ปลูกไว้ต่อไป นอกจากมีลักษณะพิเศษของหญ้าแฝกที่แตกต่างไป
                   จากหญ้าอื่น ๆ โดยทั่วไปก็คือ ระบบรากฝอย ของหญ้าแฝก จะแข็งแรงและหนาแน่น สามารถชอนไชหยั่ง
                   ลึกลงไนดิน ตามแนวดิ่ง ได้ถึง 3  เมตร และรากจะไม่เจริญแผ่ขยายออกทางด้านกว้าง จึงไม่แย่ง อาหาร

                   ของพืชหลักที่ปลูกใกล้เคียงกัน จึงท าให้เกาะยึดดิน และดูดซับน้ าไว้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อปลูกหญ้าแฝก
                   ตามแนวระดับ ขวางความลาดเทของพื้นที่แล้วนอกจากต้นที่เจริญแตกกอ อัดกันแน่นเป็นก าแพง อยู่เหนือ
                   ดิน แล้วรากของหญ้าแฝกก็จะสานกันแน่น เป็นก าแพงอยู่ในดินท าหน้าที่เกาะยึดติดและดูดซับเก็บ

                   ความชื้นไว้ในดินได้เป็นอย่างดีอีกด้วย (กรมพัฒนาที่ดิน, 2550)
                          การเตรียมพื้นที่ปลูกสวนยางพารา เป็นการปรับพื้นที่ให้มีสภาพเหมาะสมส าหรับการปลูกยาง ทั้ง
                   ในด้านการปฏิบัติงานในสวนยางและ การอนุรักษ์ดินและน้ าส าหรับพื้นที่ลาดเท การวางแผนปลูกจะใช้วิธี
                   เดียวกับพื้นที่ราบไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ลาดเทมีการไหล่บ่าของน้ าฝนจากด้านบนลงไปยังด้านล่าง
                   ก่อให้เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ท าให้ดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ ต้นยางอาจถูกน้ ากัดเซาะจน
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17