Page 11 - การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพาราในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
P. 11
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
2
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษารูปแบบการปลูกหญ้าแฝกร่วมกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ าบางประการที่มีผลต่อ
การเจริญเติบโตของยางพารา
2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางกายภาพของดินและสมบัติทางเคมีของดิน ในการใช้หญ้า
แฝกร่วมกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า
ขอบเขตการศึกษา
ศึกษาหามาตรการอนุรักษ์ดินและน้ าที่เหมาะสมในการศึกษาการใช้หญ้าแฝกแทนคันดินที่มีผลต่อ
การเจริญเติบโตของยางพารา เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ าแหง การเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีและสมบัติทาง
กายภาพของดิน การเจริญเติบโตของยางพาราความชื้นของดิน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการแก้ไขปัญหา
การชะล้างพังทลายของดิน ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพารา
การตรวจเอกสาร
การอนุรักษ์ดินและน้ า หมายถึง การใช้ที่ดินอย่างชาญฉลาด โดยค านึงถึงการปูองกันการพังทลาย
ของดิน ท าให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ได้นานหรือเก็บรักษาน้ าไว้ในดินให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่ได้นาน
แทนที่จะปล่อยให้สูญหายไปนอกจากนี้ยังรวมไปถึงการปรับปรุงและการฟื้นฟูบ ารุงดินต่างๆ ที่เสื่อมโทรม
ให้กลับน ามาใช้ประโยชน์ได้อีก นอกจากนี้งานอนุรักษ์ดินและน้ าอาจกล่าวได้ในอีกหลายความหมาย เช่น
เป็นการปูองกันมิให้ดินถูกชะล้างพังทลายเมื่อใช้ท าการเกษตร เป็นการรักษาสภาพพื้นที่เพาะปลูกให้คง
สภาพอยู่ตลอดไปไม่สูญหาย เป็นการอนุรักษ์ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ เป็นการปรับปรุงพื้นที่ที่ไม่
เหมาะสมต่อการเกษตร การวางแผนระบบการใช้น้ าในไร่นา หรือเป็นการรักษาปรับปรุงสภาพของพื้นที่ต้น
น้ าล าธารปุาไม้และสภาพธรรมชาติบางอย่างให้ดีขึ้น เป็นต้น ในส่วนของการอนุรักษ์ดินนั้น เป็นการรักษา
ความอุดมสมบูรณ์ของดินไว้ให้คงที่ในขณะที่มีการปลูกพืช ดังนั้นหลักส าคัญในการอนุรักษ์ดินจึงเหมือนกับ
หลักการกสิกรรมที่ดี เช่น การใช้ที่ดินอย่างถูกต้อง ตลอดจนการไถพรวน การใช้ปุ๋ยและการจัดการน้ า
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่บางครั้งจ าเป็นต้องใช้วิธีการอื่นๆ เข้ามาร่วมในระบบ เช่น การปลูก
พืชคลุมดิน (cover cropping) การปลูกพืชหมุนเวียน (crop rotation) การไถพรวน (tillage) การใส่ปุ๋ย
(fertilization) การคลุมดิน (mulching) การท าแนวระดับ (contouring) การปลูกพืชสลับ (strip
cropping) การท าขั้นบันได (Bench terracing) (ไชยสิทธิ์, 2531)
คูรับน้ าขอบเขา เป็นคูรับน้ าที่จัดท าขึ้นขวางความลาดเท มีจุดมุงหมายที่จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น
ช่วงๆ ประมาณ 6-12 เมตร โดยขึ้นกับเปอร์เซ็นต์ของความลาดชันและความกว้างของคูรับน้ า ซึ่งแบ่งออก
ได้เป็น 2 ขนาด คือ คูรับน้ าชนิดกว้าง เหมาะส าหรับพื้นที่ที่มีความลาดเทน้อย มีความกว้างของฐานคู 2
เมตร และคูรับน้ าชนิดแคบ เหมาะส าหรับพื้นที่ที่มีความลาดเทมาก มีความกว้างของฐานคู 1.5 เมตร
(กรมพัฒนาที่ดิน, ม.ป.ป) ในส่วนของระยะห่างตามผิวดิน พบว่า ระยะของคูรับน้ าขอบเขาแต่ละคูมี
ระยะห่างตามผิวดินผันแปรอยู่ในช่วง 12-30 เมตร ซึ่งสามารถค านวณค่าระยะตามแนวดิ่ง (VI) ได้จาก V.I.
= (S+6)/10 เมื่อ S เป็นค่าเปอร์เซ็นต์ของความลาดชัน (กรมพัฒนาที่ดิน, 2534)

