Page 194 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจมะพร้าว
P. 194

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                           3-92






                             การลงทุนปลูกไม้ยืนต้นนั้น เกษตรกรจะต้องตัดสินใจว่าควรทําการตัดทิ้งแล้ว ปลูกใหม่

                  เมื่อใด จึงจะทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากการปลูกไม้ยืนต้น จะลดลง

                  เมื่อถึงอายุหนึ่งไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนั้นจึงได้วิเคราะห์หาช่วงเวลาที่เหมาะสม  ในการ
                  ปลูกทดแทนโดยวิธี capital  budgeting   หากกลับไปพิจารณาผลการวิเคราะห์ข้างต้นแล้วจะ

                  พบว่ารายได้หรือผลได้ปัจจุบันสุทธิสามารถอธิบายได้เพียงลักษณะกําไรหรือขาดทุนทางการค้าของ

                  สวนมะพร้าวในแต่ละปีเท่านั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าเกษตรกรควรจะปลูกไม้ผลติดต่อกันนาน  เป็น

                  ระยะเวลากี่ปีจึงจะทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าดูแลรักษาดีๆก็จะให้ผลผลิตสมํ่าเสมอ ดังนั้น จึงควร
                  คํานวณรายได้หรือผลได้มาตรฐาน (standardized income) หรือผลได้สุทธิเฉลี่ยต่อปีของผลได้ปัจจุบัน

                  สุทธิสะสม ซึ่งคํานวณจากผลได้ปัจจุบันสุทธิสะสมปรับด้วย Capital Recovery Factor เพื่อให้เปรียบเทียบ

                  กันได้ ซึ่งผลได้ปัจจุบันสุทธิสะสม คือ ผลรวมของผลได้ปัจจุบันสุทธิในปีก่อนหน้านั้นเข้าด้วยกัน

                  การคํานวณด้วยวิธีการดังนี้สามารถทําให้เกษตรกรทําการตัดสินใจได้ว่าควรทําการปลูกมะพร้าว
                  ติดต่อกันเป็นระยะเวลากี่ปี โดยพิจารณาจากปีที่มีผลได้มาตรฐานสูงสุด ผลการวิเคราะห์จากตารางที่

                  3-10 ถึงตารางที่ 3-16 สรุปได้ว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในแต่ละพื้นที่ยังไม่ควรตัดต้นมะพร้าวทิ้งเมื่อ

                  อายุมะพร้าว 35 ปี เพราะมะพร้าวยังให้ผลได้มาตรฐานที่เป็นบวกและมีมูลค่าสูงอยู่ และถ้าปลูกต่อไป
                  คาดว่าผลได้มาตรฐานยังคงสูงขึ้น เพราะผลได้ปัจจุบันสะสมยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ

                        3.2.3  กรณีศึกษาต้นทุน รายได้และผลตอบแทนจากการปลูกสับปะรดแซมมะพร้าว

                             เนื่องจากราคาผลผลิตเกษตรมักมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทําให้เกษตรกรมีความเสี่ยง
                  ต่อรายได้ที่จะได้รับ การปลูกพืชแซมในสวนมะพร้าวจะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้กับ

                  ชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นการศึกษาต้นทุน รายได้ และผลตอบแทนจากการปลูกสับปะรดแซมมะพร้าวเป็น

                  แนวทางหนึ่งในการที่จะนําไปวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพของที่ดินต่อไป
                  ทั้งนี้ได้ทําการศึกษาเก็บข้อมูลที่อําเภอกุยบุรี ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย และอําเภอเมือง

                  ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลการศึกษาดังนี้ (ตารางผนวก ค-1 และตารางผนวก ค-2)

                           1) ต้นทุน รายได้และผลตอบแทนจากการปลูกมะพร้าว

                             มะพร้าวมีต้นทุนทั้งหมดไร่ละ 2,997.63 บาท เป็นต้นทุนผันแปรไร่ละ 1,770.10 บาท
                  และต้นทุนคงที่ไร่ละ 1,227.53 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 59.05 และ 40.95 ของต้นทุนทั้งหมด

                  ตามลําดับ ในจํานวนต้นทุนทั้งหมดนั้นเป็นต้นทุนที่เป็นเงินสดไร่ละ 1,848.56 บาท และไม่เป็นเงินสด

                  ไร่ละ 1,149.07 บาท ในจํานวนต้นทุนผันแปรทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 76.31 เป็นค่าแรงงาน

                  ปริมาณผลผลิตมะพร้าวที่เกษตรกรได้รับเฉลี่ย 688  ผลต่อไร่ ณ ราคาขายผลผลิต 12.39 บาทต่อผล
                  มูลค่าของผลผลิตหรือรายได้เฉลี่ยต่อไร่ เท่ากับ 8,524.32 บาท ทําให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนเหนือ

                  ต้นทุนเงินสดไร่ละ 6,675.76 บาท ผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรไร่ละ 6,754.22 บาท ผลตอบแทน





                  เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจมะพร้าว                          กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน
   189   190   191   192   193   194   195   196   197   198   199