Page 7 - งานสำรวจทะเบียนรายชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา
P. 7

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                                                           1-1






                                                         บทที่ 1


                                                         บทนํา



                  1.1  หลักการและเหตุผล


                        ประเทศไทยไดใหความสําคัญกับพื้นที่ชุมน้ํา โดยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยพื้นที่
                  ชุมน้ําในป พ.ศ. 2541 มีการประกาศใหมีพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระหวางประเทศ และทําการศึกษา

                  สํารวจ จัดทํารายชื่อสถานภาพและฐานขอมูลพื้นที่ชุมน้ําของประเทศไทย โดยมีการจัดลําดับ

                  ความสําคัญของพื้นที่ชุมน้ําของประเทศออกเปน 3 ระดับ ไดแก พื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับ

                  นานาชาติ 61 แหง พื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับชาติ 48 แหง และพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับ
                  ทองถิ่น 19, 295 แหงโดยทําการสํารวจเสร็จสิ้นในปพ.ศ. 2542 ปจจุบันประเทศไทยไดมีการเสนอพื้นที่

                  ชุมน้ําที่มีความสําคัญระหวางประเทศจํานวน 11 แหง และมีแนวโนมที่จะเสนอพื้นที่ชุมน้ําที่มี

                  ความสําคัญระดับนานาชาติและพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับชาติเปนพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญ
                  ระหวางประเทศมากขึ้น รวมถึงกําหนดมาตรการอนุรักษพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับนานาชาติ

                  และระดับชาติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2543

                       การลดลงของพื้นที่ชุมน้ํานั้นทําใหเกิดผลกระทบทางชีวนิเวศทั้งระบบตั้งแตตนน้ําถึงทายน้ํา
                  กอใหเกิดความไมสมดุลตามธรรมชาติ สงผลใหเกิดภาวะน้ําทวมบอยขึ้น การขาดแคลนน้ํา การพังทลาย

                  ของดิน การตกคางของสารพิษในดิน มลพิษทางน้ํา และเกิดปญหาการแยงชิงทรัพยากรธรรมชาติ

                  อันกอใหเกิดความเสียหายตอความเปนอยูของประชากรและระบบเศรษฐกิจของประเทศ สาเหตุหลัก
                  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชุมน้ําเปนพื้นที่ทําการเกษตร ปญหาการเสื่อมโทรมและการสูญเสีย

                  พื้นที่ชุมน้ําจึงมีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับทองถิ่นที่ยังขาดมาตรการอนุรักษ

                  และจัดการพื้นที่ชุมน้ําอยางถูกตอง พื้นที่ดังกลาวจึงมีความเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ชุมน้ําและลดขนาด

                  พื้นที่ลงไปอยางรวดเร็ว
                        ดังนั้นป พ.ศ. 2552  ไดมีการประชุมคณะรัฐมนตรีไดมีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 1

                  สิงหาคม พ.ศ. 2543 เรื่อง ทะเบียนรายนามพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับนานาชาติ และระดับชาติ

                  ของประเทศไทย และมาตรการอนุรักษพื้นที่ชุมน้ํา โดยประกาศกําหนดใหพื้นที่ชุมน้ําที่เปนสาธารณะ
                  ทุกแหงทั่วประเทศโดยเฉพาะพื้นที่ชุมน้ําแหลงน้ําจืดเปนพื้นที่สีเขียว และมิใหสวนราชการเขาไปใช

                  ประโยชนเพื่อสงวนไวเปนแหลงรองรับน้ําและกักเก็บน้ําตอไป จากมติคณะรัฐมนตรีดังกลาว พื้นที่ชุม

                  น้ําสาธารณะหรือพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระดับทองถิ่นจึงมีความสําคัญเพิ่มมากขึ้น หนวยงาน

                  ของรัฐไมควรดําเนินการใด ๆ รุกล้ําพื้นที่ชุมน้ําสาธารณะ นั้นๆ
   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12