Page 10 - งานสำรวจทะเบียนรายชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา
P. 10

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                                                           2-1





                                                         บทที่ 2


                                           นโยบายที่เกี่ยวของกับพื้นที่ชุมน้ํา


                  2.1  อนุสัญญาวาดวยพื้นที่ชุมน้ํา (Ramsar Convention)

                        อนุสัญญาวาดวยพื้นที่ชุมน้ํา ตั้งชื่อตามสถานที่จัดใหมีการประชุมเพื่อรับรองอนุสัญญา

                  วันที่ 2 กุมภาพันธ พ.ศ. 2514 คือ เมืองแรมซาร ประเทศอิหราน อนุสัญญานี้เปนขอตกลงระหวางรัฐบาล
                  ซึ่งกําหนดกรอบการทํางานสําหรับความรวมมือระหวางประเทศ เพื่อการอนุรักษและยับยั้ง

                  การสูญเสียของพื้นที่ชุมน้ําในโลก ซึ่งจะตองมีการจัดการเพื่อใชประโยชนอยางชาญฉลาด อนุสัญญาฯ

                  นี้มีผลบังคับใชเมื่อป พ.ศ. 2518 ตามเงื่อนไขวาอนุสัญญาฯ จะมีผลบังคับใชเมื่อมีประเทศตางๆ
                  เขารวมเปนภาคีปจจุบันมีประเทศตางๆ จากภูมิภาคทั่วโลก รวมทั้งสิ้น 160 ประเทศ (สํานักงานนโยบายและ

                  แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม, 2549 ก.)

                        ในระยะแรกการดําเนินงานจะมุงเนนที่ความเปนอยูของนกน้ําที่อาศัยในบริเวณพื้นที่ชุมน้ํา

                  ตอมาไดเริ่มใหความสําคัญตอสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศชนิดอื่นๆ มากขึ้น เพราะไดตระหนักและเห็นถึง
                  คุณคาของพื้นที่ชุมน้ําวา มีความสัมพันธกับมนุษยมากขึ้น โดยเฉพาะชุมชนที่ตองพึ่งพาอาศัยพื้นที่

                  ชุมน้ําทั้งในชีวิตประจําวันและการประกอบอาชีพโดยตรง รวมทั้งยังอาศัยพื้นที่ชุมน้ําเปนปรากฏการณ

                  ทางธรรมชาติที่ปองกันภัยอันตรายทางธรรมชาติ เพื่อใหการดําเนินงานเปนไปในทางเดียวกัน อนุสัญญาฯ
                  จึงระบุไววาจะตองจัดใหมีการประชุมปกติ (Ordinary session) ในทุกๆ 3 ป

                        2.1.1 ประเด็นสําคัญของอนุสัญญาวาดวยพื้นที่ชุมน้ํา

                           1) อนุสัญญาฯ ไมละเมิดอํานาจอธิปไตยของภาคีซึ่งเปนเจาของดินแดนที่มีพื้นที่ชุมน้ํา
                           2) อนุสัญญาฯ เปนอนุสัญญาระหวางประเทศที่สงเสริมใหประเทศตางๆ มีการอนุรักษและ

                  ใชประโยชนทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชุมน้ําอยางยั่งยืนโดยเฉพาะอยางยิ่งใหความสําคัญตอการ
                  มีสวนรวมของชุมชน

                           3) พื้นที่ชุมน้ําที่ไดรับการเสนอชื่อเปนพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระหวางประเทศแลว
                  ตอมาหากมีความจําเปนประเทศภาคีสามารถเพิกถอนออกจากทําเนียบหรือจํากัดขอบเขตใหมได

                  แตทั้งนี้ตองเสนอพื้นที่อื่นทดแทนดวย
                        ประเทศไทยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยพื้นที่ชุมน้ําเปนลําดับที่ 110 ซึ่งพันธกรณี

                  ของอนุสัญญาฯ มีผลบังคับ เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2541 ประเทศไทยเสนอพื้นที่ชุมน้ําพรุควนขี้เสียน

                  ในเขตหามลาสัตวปาทะเลนอย เปนพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระหวางประเทศแหงแรกของประเทศ

                  หรือเปนลําดับที่ 948 ในทะเบียนพื้นที่ชุมน้ําที่มีความสําคัญระหวางประเทศ ปจจุบันประเทศไทยได
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15